เข้าสู่ระบบ

การขอผ่อนผันการเข้ารับราชการทหารให้แก่แพทย์ทุนรัฐบาล

การขอผ่อนผันการเข้ารับราชการทหาร โดย นางณัฐินี ปั้นแตง

กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่หลักเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพอนามัย การป้องกัน ควบคุม และรักษาโรคภัย การฟื้นฟูสมรรถภาพของประชาชน ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่รักษาโรคภัยไข้เจ็บก็คือนายแพทย์ รัฐบาลจึงได้จัดสรรทุนแพทย์ของรัฐบาลให้มารับราชการชดใช้ทุนในโรงพยาบาลต่าง ๆ ในส่วนภูมิภาคสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แพทย์ทุนที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ในแต่ละปีนั้นไม่เพียงพอกับการดูแลและรักษาประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งหากแพทย์ทุนต้องถูกไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารอีกก็จะทำให้โรงพยาบาลบางแห่งขาดแคลนแพทย์ที่จะดูแลรักษาประชาชนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

เพื่อไม่ให้ส่วนราชการต้องขาดแคลนแพทย์เนื่องจากต้องไปรับราชการทหารตามกฎหมาย ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ กระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือขอให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาผ่อนผันการเข้ารับราชการทหารให้แก่แพทย์ที่จบการศึกษาแล้วได้เข้ารับราชการชดใช้ทุนให้แก่ทางราชการก่อน ซึ่งกระทรวงกลาโหมแจ้งว่าตามกฎหมายรับราชการทหาร แพทย์ที่จบการศึกษาแล้วไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการผ่อนผัน แต่เห็นว่าแพทย์เป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ จึงพิจารณาผ่อนผันให้แก่แพทย์ที่จบการศึกษาที่ได้รับทุนจากรัฐบาล เมื่อถูกเข้าเป็นทหารกองประจำการ (จับสลากได้ใบแดง) จะให้ลาพักรอการปลดเพื่อกลับไปปฏิบัติราชการชดใช้ทุนแก่ทางราชการตามสัญญา โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการดำเนินการขอผ่อนผันไว้เป็นหลักการ คือ

๑. ให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำบัญชีรายชื่อเฉพาะแพทย์ที่จบการศึกษาแล้ว และจะต้องรับราชการชดใช้ทุนแก่ทางราชการส่งต่อกระทรวงกลาโหมเป็นปี ๆ ก่อนวันตรวจเลือกไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน

๒. ถ้าคนใดถูกเรียกตัวเข้ารับการตรวจเลือกแล้วถูกเข้าเป็นทหารกองประจำการ ก็ให้กระทรวงสาธารณสุขส่งบัญชีรายชื่อให้กระทรวงกลาโหมทราบ เมื่อเสร็จการตรวจเลือกของบุคคลที่กล่าวในข้อ ๑ เพื่อจะได้ดำเนินการให้ดังนี้

     ๒.๑ ผู้ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารจากกรมการรักษาดินแดนชั้นปีที่ ๑ และชั้นปีที่ ๒ เมื่อไปรายงานตัวตามนัดหมายของนายอำเภอและได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้ว กระทรวงกลาโหมจะได้ดำเนินการให้ลาพักรอการปลด เพื่อให้ไปรับราชการชดใช้ทุนแก่ทางราชการต้นสังกัดจนกว่าจะครบกำหนดปลดเป็นทหารกองหนุน

     ๒.๒ ผู้ที่ไม่ได้รับการฝึกวิชาทหารจากกรมการรักษาดินแดนต้องไปเข้ารับราชการกองประจำการตามนัดหมายของนายอำเภอ เมื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการและหน่วยทหารต้นสังกัดทำการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรเบื้องต้นเป็นเวลา ๘ สัปดาห์แล้ว กระทรวงกลาโหมจะดำเนินการให้ลาพักรอการปลดเพื่อให้ไปรับราชการชดใช้ทุนแก่ทางราชการตามส่วนราชการต้นสังกัดจนกว่าจะครบกำหนดปลดเป็นทหารกองหนุน

๓. บุคคลที่อ้างว่าสำเร็จการฝึกวิชาทหารซึ่งจะดำเนินการตามข้อ ๒.๑ นั้น กระทรวงสาธารณสุขต้องเรียก “หนังสือสำคัญประจำตัวแสดงวิทยฐานะ” ซึ่งกรมการรักษาดินแดนออกให้สำหรับบุคคลนั้น ๆ แล้วนำส่งไปเป็นหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาด้วยทุกคน

ต่อมากระทรวงกลาโหมโดยหนังสือที่ กห ๐๒๐๑/๓๑๐๖ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๔๐ ชี้แจงเพื่อความชัดเจนในเรื่องนี้ว่าแพทย์ชดใช้ทุนที่จะได้รับการผ่อนผันนั้นจะต้องเป็นแพทย์ซึ่งเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน ชั้น ๑ สาขาเวชกรรมเท่านั้น สำหรับทันตแพทย์และสัตวแพทย์ ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการผ่อนผัน และถ้าแพทย์ผู้ใดถูกเข้ากองประจำการ จะต้องส่งสำเนาหลักฐานซึ่งแสดงว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาด้านเวชกรรมไปประกอบการพิจารณาผ่อนผันด้วย

เนื่องจากหลักเกณฑ์ในการขอผ่อนผันดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะ แพทย์ทุนบางท่านยังไม่ทราบ ยังไม่เข้าใจ รวมทั้งยังไม่รู้ขั้นตอน ระยะเวลาในการดำเนินการ และหลักฐานที่ต้องใช้ในการประกอบการพิจารณาขอผ่อนผัน ทำให้ยื่นเรื่องขอผ่อนผันล่าช้าเกินกำหนดเวลา ซึ่งอาจทำให้ได้รับการพิจารณาผ่อนผันไม่ทัน เป็นเหตุให้แพทย์ทุนรัฐบาลต้องไปเข้ากองประจำการระหว่างรอการอนุมัติ อันจะส่งผลกระทบต่อสิทธิของแพทย์ทุนและประโยชน์ของทางราชการ ทำให้การชดใช้ทุนแก่ทางราชการของแพทย์ไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงได้นำหลักเกณฑ์มากำหนดเป็นขั้นตอนในการขอผ่อนผันการเข้ารับราชการทหารให้แก่แพทย์ทุนรัฐบาล ดังนี้

๑. กรณีนักศึกษาแพทย์ทุนที่จะสำเร็จการศึกษาในเดือนมีนาคม เข้าเกณฑ์ต้องเข้ารับราชการทหารถือว่าหมดเหตุการณ์ผ่อนผันในฐานะนักศึกษา เมื่อได้รับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (สด.๓๕) จะต้องไปเกณฑ์ทหารในเดือนเมษายน ให้นำสำเนาหลักฐาน สด.๓๕ พร้อมสำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน (แบบ สด.๙) ไปติดต่อและให้ไว้กับสถาบันการศึกษาที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา จำนวนอย่างละ ๒ ฉบับ รับรองสำเนาถูกต้องด้วย ตั้งแต่เดือนตุลาคมก่อนปีที่จะจบการศึกษา

๒. ภายในเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจัดทำหนังสือแจ้งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยของรัฐ และส่วนราชการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่งสำรวจแพทย์ที่ต้องปฏิบัติราชการชดใช้ทุน ซึ่งได้รับหมายเรียกเข้ารับราชการทหารและจะต้องไปตรวจเลือก ฯ ในเดือนเมษายนของปีถัดไป โดยให้แจ้งรายชื่อในแบบ ๑ (ที่แนบไปให้) พร้อมส่งหลักฐานสำเนาแบบ สด.๙ และ สด.๓๕ ซึ่งเจ้าตัวรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวนอย่างละ ๒ ฉบับ ไปให้กระทรวงสาธารณสุข (ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม หรือภายในเวลาที่กำหนด)

๓. กระทรวงสาธารณสุขจัดทำบัญชีรายชื่อเฉพาะแพทย์ที่จบการศึกษาแล้ว และจะต้องรับราชการชดใช้ทุนแก่ทางราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมหลักฐานสำเนาแบบ สด.๙ และ สด.๓๕ ส่งต่อกระทรวงกลาโหม (ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด) ก่อนวันตรวจเลือกไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน (อย่างช้าภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีที่จะต้องตรวจเลือกฯ) เป็นการแจ้งรายชื่อผู้ขอผ่อนผันให้ทราบในขั้นต้นก่อน

๔. นักศึกษาแพทย์ทุนที่จบการศึกษาแล้วและแพทย์ที่กำลังปฏิบัติราชการชดใช้ทุนซึ่งได้ส่งหลักฐานสำเนาแบบ สด.๙ และ สด.๓๕ ให้กระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอผ่อนผันการเข้ารับราชการทหารแล้ว ทุกคนจะต้องไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ (ไปเกณฑ์ทหาร) ตามวัน เวลา และสถานที่ที่ระบุไว้ในหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (สด.๓๕) ของตนเอง โดยให้นำหลักฐานต่าง ๆ ได้แก่ ใบสำคัญของทหารกองเกิน (แบบ สด.๙) หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (สด.๓๕) บัตรประชาชน ประกาศนียบัตรหรือหลักฐานทางการศึกษาไปแสดงด้วย (ปกติการเกณฑ์ทหารเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑-๑๑ เมษายนของทุกปี)

กรณีเป็นแพทย์ทุนจบใหม่หากวันที่ไปเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการตรงกับวันที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เป็นวันจับสลากเลือกสถานที่ไปปฏิบัติราชการ (ปกติจะเป็นวันที่ ๑ หรือวันที่ ๒ เมษายน) ให้แพทย์ทุนผู้นั้นเดินทางไปรับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารก่อน สำหรับการเลือกสถานที่ไปปฏิบัติราชการชดใช้ทุนในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขให้แพทย์ทุนผู้นั้นแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบและทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน เช่น บิดา มารดา ฯลฯ ไปเป็นผู้จับสลากเลือกสถานที่ไปปฏิบัติราชการชดใช้ทุนแทน ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ว่าผู้ใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่ไปเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการตามหมายเรียกของนายอำเภอ ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารจะถูกดำเนินคดีอาญาฐานหลีกเลี่ยงขัดขืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี ตามมาตรา ๔๕ หมวด ๗ แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗

๕. แพทย์ทุนที่ไปเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ (ไปเกณฑ์ทหาร) หากจับสลากได้ใบดำหรือปล่อยตัวด้วยเหตุผลใด ๆ จะได้รับหนังสือสำคัญได้ปลดเป็นทหารกองหนุนโดยไม่ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ให้แพทย์ผู้นั้นติดต่อแจ้งกลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขทราบด้วย หลังเสร็จจากการตรวจเลือก ฯ (โทรศัพท์แจ้งก็ได้)

๖. หากแพทย์ทุนผู้ใดจับสลากได้ใบแดงหรือต้องถูกเข้ารับราชการทหาร (สด.๔๐) และใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.๔๓) ซึ่งแพทย์ผู้นั้นจะต้องไปเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ และจะต้องไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับราชการทหาร ณ สถานที่ วัน เดือน ปีที่ระบุไว้ใน สด.๔๐ โดยแพทย์ผู้นั้นจะต้องรีบนำส่งหลักฐานต่าง ๆ ดังนี้

     ๖.๑ สำเนาหมายนัดเข้ารับราชการทหาร (สด.๔๐)

     ๖.๒ สำเนาใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.๔๓)

     ๖.๓ สำเนาหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หรือสำเนาปริญญาบัตรแพทยศาสตรบัณฑิต

     ๖.๔ สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

     ๖.๕ สำเนาหนังสือรับรองเป็นผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารจากกรมการรักษาดินแดน (ใช้สำหรับผู้ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารไม่ครบหลักสูตร กล่าวคือ จบในชั้นปีที่ ๑ และชั้นปีที่ ๒ เท่านั้น) จำนวนอย่างละ ๒ ฉบับ ซึ่งเจ้าตัวต้องรับรองสำเนาถูกต้องไปให้กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการในทันทีหลังเสร็จจากการตรวจเลือก ฯ (อย่างช้าภายในวันที่ ๑๖ เมษายน) โดยยังไม่ต้องผ่านหน่วยงาน

๗. แพทย์ทุนที่ถูกเข้ารับราชการทหารกองประจำการจะต้องแจ้งต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลทั่วไปซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดทราบผลการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารด้วยเมื่อกลับไปปฏิบัติราชการหลังเสร็จการตรวจเลือก ฯ

๘. เมื่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลทั่วไปซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของแพทย์ทุนได้ทราบผลการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารว่ามีแพทย์รายใดต้องไปเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ให้หน่วยงานนั้นทำหนังสือแจ้งรายชื่อในแบบ ๒ (ที่แนบไปกับหนังสือเวียนสำรวจ) พร้อมส่งหลักฐานตามข้อ ๖.๑-๖.๕ ไปให้สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการขอลาพักรอการปลด เพื่อให้แพทย์ผู้นั้นกลับมาปฏิบัติราชการชดใช้ทุนตามเดิมในทันทีที่ได้รับทราบผล (ภายในเดือนเมษายน)

๙. กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตามหลักเกณฑ์โดยรีบส่งบัญชีรายชื่อแพทย์ทุนซึ่งไปเข้ารับการตรวจเลือกและถูกเข้าเป็นทหารกองประจำการ พร้อมส่งหลักฐานตามข้อ ๖.๑-๖.๕ เพื่อขออนุมัติให้ลาพักรอการปลดไปยังกระทรวงกลาโหมอีกครั้งหนึ่ง (ภายในวันที่ ๒๐ เมษายน)

๑๐. กระทรวงกลาโหมพิจารณาผ่อนผันและจะให้ลาพักรอการปลดเพื่อให้แพทย์ทุนไปรับราชการชดใช้ทุนแก่ทางราชการตามสัญญา โดยแจ้งผลการอนุมัติให้ลาพักรอการปลดให้กระทรวงสาธารณสุขทราบ (ประมาณต้น-กลางเดือนพฤษภาคม) พร้อมทั้งแจ้งให้หน่วยทหารต้นสังกัดดำเนินการตามหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้อนุมัติให้ลาพักรอการปลดแล้ว คือ ให้แพทย์ทุนที่ถูกเข้ากองประจำการไปรายงานตัวเข้ารับราชการทหารกองประจำการตามหมายนัดของนายอำเภอที่หน่วยสัสดีอำเภอภูมิลำเนาทหาร เพื่อนำตัวขึ้นทะเบียนกองประจำการ ณ แผนกสัสดีจังหวัด แล้วส่งตัวไปยังหน่วยทหาร เมื่อหน่วยทหารต้นสังกัดรับตัวไว้แล้วจะดำเนินการให้ลาพักรอการปลดตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว แล้วแต่กรณีต่อไป

สรุป การผ่อนผันเข้ารับราชการทหารแก่แพทย์ทุนรัฐบาลเป็นการผ่อนผันให้แพทย์ที่จบการศึกษาแล้วและจะต้องรับราชการชดใช้ทุนแก่ทางราชการซึ่งแพทย์ชดใช้ทุนนั้นจะต้องเป็นแพทย์ซึ่งเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน ชั้น ๑ สาขาเวชกรรมเท่านั้น เมื่อถูกเรียกเข้ารับการตรวจเลือกแล้วถูกเข้าเป็นทหารกองประจำการ (จับสลากได้ใบแดง) ทางกระทรวงกลาโหมจะผ่อนผันให้รับราชการในกองประจำการน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด (จาก ๑ ปี เหลือ ๘ สัปดาห์ หรือ ๑๐ สัปดาห์) โดยให้ลาพักรอการปลด เพื่อให้เข้ารับราชการชดใช้ทุนแก่ทางราชการตามสัญญา

 

กลุ่มบริหารงานบุคคล "สวัสดี" โทร. 02 590 1344, 02 590 1349-50

*ค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มเติมได้ที่  http://hr.moph.go.th/person/indexhome.html

Search


เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ : Website Policy : Privacy Policy Website Security Policy
Copyright© 2012 KmOps. design by กลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข