เข้าสู่ระบบ

แผนการจัดระบบบริการสุขภาพ (Service Plan)

แผนการจัดระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) 

ความเป็นมา

             กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลสุขภาพของประชาชนโดยการจัดระบบสุขภาพที่ครอบคลุม

ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสภาพ มีการจัดระบบบริการสุขภาพออกเป็นหลายระดับได้แก่ บริการระดับปฐมภูมิ (Primary Care) บริการระดับทุติยภูมิ (Secondary Care) และบริการระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) โดยมุ่งหวังให้บริการแต่ละระดับมีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันและเชื่อมต่อกันด้วยระบบส่งต่อ(Referral System) เพื่อให้สามารถจัดบริการคุณภาพที่มีคุณภาพ จากการดำเนินการระบบหลักประกันสุขภาพ ทำให้ระบบการเงินมีผลต่อการจัดระบบบริการโดยไม่คำนึงถึงความสอดคล้องกับทรัพยากรอื่น อีกทั้งข้อจำกัดทางการเงิน และการถ่ายโอนกองโรงพยาบาลภูมิภาคและกองสาธารณสุขภูมิภาค ไปจากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีผลกระทบกับการเชื่อมโยงหน่วยงานระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค กระทรวงสาธารณสุข ไม่สามารถดำเนินบทบาทสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ ขาดความชัดเจนในการกำหนดนโยบายและแผนงาน การกำกับ สนับสนุน หน่วยบริการที่เป็นแผนแม่บททั้งอัตรากำลังและโครงสร้างพื้นฐาน ขาดหน่วยงาน และระบบงานที่เฝ้าระวังและแก้ปัญหาระบบบริการสุขภาพที่ชัดเจน ระบบบริการมีความอ่อนแอและปรับเปลี่ยนไป ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจ สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป การฟ้องร้องของผู้รับบริการต่อผู้ให้บริการ ผู้สูงอายุมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โรคบางโรคเพิ่มขึ้นมาก เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ ไตวายและอื่นๆ อีกทั้งบรรยากาศของโรงพยาบาลขนาดเล็ก ไม่เอื้อต่อการคงอยู่ของแพทย์ในด้านบริการ วิชาการและบริหาร สิ่งเหล่านี้ทำให้การจัดระบบบริการมีความยุ่งยาก ดังนั้นการที่สำนักบริหารการสาธารณสุข กลับมาสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงเป็นโอกาสที่จะได้ทบทวนแนวทางการพัฒนาหน่วยบริการให้มีทิศทางที่ชัดเจนและเป็นระบบ

 

ปีงบประมาณ 2553

   กระทรวงสาธารณสุข ได้เล็งเห็นความจำเป็นในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน

พัฒนาศักยภาพ ส่งเสริมระบบส่งต่อ รวมทั้งลดความแออัดและเป็นฐานในการลงทุน ตลอดจนจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นในปีงบประมาณ 2553 จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการพัฒนา Node satellite ขึ้น

มีหน้าที่กำหนดกรอบแนวทางในการดำเนินงานเพื่อพัฒนา Node satellite ของกระทรวงสาธารณสุขในทุกระดับ และพัฒนาระบบสนับสนุนการดำเนินการอย่างเป็นระบบ อำนวยการ กำกับการดำเนินงานและการแก้ไขปัญหาในการพัฒนา Node Settle Line ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนติดตามประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนด ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ประชุมและมีแนวทาง

ในการจัดทำ Node Satellite โดยคาดหวังให้เกิด 1) แผน Master Plan ทั้ง 4 ระดับ คือ กระทรวง เขต จังหวัด และโรงพยาบาล (ถึงโรงพยาบาลชุมชน) ซึ่งระดับโรงพยาบาลต้องเป็นแผนระยะยาว 10-20 ปี 2) มีระบบการ refer และ Gate Keeper 3) เกิด Master Plan ในการจัดสรรทรัพยากรทั้ง 4 เรื่อง ( ตึก เครื่องมือ คน เงิน)

ปีงบประมาณ 2554

               ต่อมาในปีงบประมาณ 2554 กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำแนวทางการพัฒนาหน่วยบริการสุขภาพที่มุ่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพทุกระดับตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิและศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูง ที่มองเชื่อมโยงในภาพของเครือข่ายบริการ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาความเชี่ยวชาญระดับสูงและคณะทำงานพิจารณาการจัดระดับสถานบริการสาธารณสุข มีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การจัดระดับความเชี่ยวชาญระดับสูงทั้ง 4 สาขาดังนี้ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง อุบัติเหตุ ทารกแรกเกิด และพิจารณาการจัดระดับสถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ (ปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิ) โดยมี วัตถุประสงค์ กรอบแนวคิด และผลการดำเนินงานดังนี้

 

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและออกแบบระบบบริการสุขภาพในส่วนภูมิภาคทั้งระบบ ให้มีขีด

ความสามารถที่จะรองรับความท้าทายและบริบทที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตได้

๒. เพื่อจัดทำแผนพัฒนาระบบบริการเป็นเครือข่ายให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาดังกล่าว

โดยสอดประสานกันทั้งด้านโครงสร้าง บุคลากร และคุณภาพบริการ

๓. ริเริ่มและขยายสถานบริการที่จำเป็น ตลอดจนการปรับปรุง หรือเสริมสร้างศักยภาพของสถาน

บริการสาธารณสุขในส่วนภูมิภาคให้เป็นไปตามแผนพัฒนาเครือข่ายบริการ

กรอบแนวคิด

๑. จัดระบบบริการสุขภาพในรูปแบบเครือข่ายแทนการขยายโรงพยาบาลเป็นแห่งๆ โดยใช้หลักการ“เครือข่ายบริการที่ไร้รอยต่อ”ที่สามารถเชื่อมโยงบริการ ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิ เข้าด้วยกัน

๒. แต่ละจังหวัดจะต้องมี “เครือข่ายบริการระดับจังหวัด ที่สามารถรองรับการส่งต่อตามมาตรฐานระดับจังหวัดได้อย่างสมบูรณ์ อย่างน้อย ๑ เครือข่าย โดยเครือข่ายจะต้องพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของเครือข่ายให้สูงขึ้นตามมาตรฐานที่กำหนด ทั้งนี้การบริหารเครือข่ายให้ดำเนินการในรูปของคณะกรรมการ

๓. ให้มีการจัด“ระดับโรงพยาบาลรับผู้ป่วยส่งต่อ” ของระบบบริการเป็น ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับต้น

ระดับกลาง และระดับสูง เพื่อใช้ทรัพยากรภายในเครือข่ายที่มีอย่างจำกัดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หลีกเลี่ยง

การลงทุนที่ซ้ำซ้อน และขจัดสภาพการแข่งขันกัน

ทิศทางและเป้าหมาย

          ทิศทางการพัฒนาระบบบริการ (Service Plan) ในแผน ๕ ปี จะให้ความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ ๓ ประเด็น (Key Strategic Areas) ดังนี้

          ๑. การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิในชุมชนเมืองที่มีประชากรหนาแน่น (ทั้งเขตเมืองที่ตั้งของตัวจังหวัด และเขตเมืองอื่นๆ) ให้มีขีดความสามารถระดับแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัวหรือแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป เพื่อรองรับการเติบโตของชุมชนเมืองและประชากรวัยสูงอายุ ซึ่งจะมีภาระของการดูแลโรคเรื้อรัง โรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย และสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นมาก

          ๒. การพัฒนาศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูง ๔ สาขา เพื่อรองรับระบบส่งต่อผู้ป่วยที่มีความยุ่งยากซับซ้อน และใช้เทคโนโลยีระดับสูงและราคาแพง ให้แบ่งเป็น ๓ ระดับ และกระจายครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศอย่างทั่วถึง

          ๓. การพัฒนาโรงพยาบาลระดับต่างๆ ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบเครือข่ายบริการ เพื่อให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งเติบโตอย่างมีทิศทาง มีภารกิจหน้าที่ชัดเจน มีจังหวะก้าว และเกื้อหนุนซึ่งกันและกันภายในเครือข่าย

 

พัฒนาโครงสร้างตามภารกิจของสถานบริการภายในเครือข่าย

          จาก Key Strategic Areas ทั้ง ๓ ประเด็น จะนำไปสู่การจัดโครงสร้างของสถานบริการต่างๆ ตามภารกิจที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การขยายหรือยกระดับสถานบริการให้สูงขึ้นในพื้นที่จำเป็น ตลอดจนการพัฒนาปรับปรุงขีดความสามารถของสถานบริการให้เป็นไปตามแผนพัฒนาเครือข่ายบริการ

 

 

Key Strategic Areas

การจัดโครงสร้างใหม่ตามภารกิจ

เป้าหมาย ๕ ปี

๑.

การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิในชุมชนเมือง / หนาแน่น

๑.๑ จัดตั้ง “ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง” ที่สามารถดูแลประชากรในเขตเมือง

       ขนาดไม่เกินแห่งละ ๓๐,๐๐๐ คน ได้อย่างต่อเนื่อง ผสมผสาน และเป็นองค์รวม โดยมีรูปแบบที่หลากหลาย และให้ท้องถิ่น/เอกชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

๑.๒ พัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขนาดใหญ่ที่รับผิดชอบประชากรตั้งแต่ ๘,๐๐๐ คนขึ้นไป จำนวน ๑,๐๐๐ แห่ง

ครอบคลุมประชากรชุมชนเมืองทั่วทั้งประเทศ ร้อยละ ๑๐๐

๒.

การพัฒนาศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูง

๒.๑ จัดตั้งศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูงภายใน รพศ./รพท. ๔ สาขาๆ ละ ๓ ระดับ กระจายทั่วทุกภาค

จำนวนศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูงที่เปิดดำเนินการและผ่านการรับรอง ร้อยละ ๕๐

                  ระดับ ๑   ระดับ ๒    

หัวใจ/หลอดเลือด   ๑๐           ๑๑

อุบัติเหตุ          ๑๒           ๑๑                

ทารกแรกเกิด         ๙          ๑๘          

มะเร็ง                ๙           ๑๓          

 

หมายเหตุ

กำหนดให้ รพ.จังหวัด สามารถให้การดูแลระดับ ๓ ได้    

๓.

การพัฒนา รพ. ให้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายบริการ

๓.๑ รพศ. (A)                       ๓๓   แห่ง

๓.๒ รพท.ระดับจังหวัด (S)       ๔๘ แห่ง

๓.๓ รพท.ขนาดเล็ก (M1)        ๓๕     แห่ง

     รวม ตติยภูมิ               116 แห่ง

๓.๔ รพช.แม่ข่าย (M2)          ๙๑   แห่ง

๓.๕ รพช.ขนาดใหญ่ (F1)       ๗๓   แห่ง

๓.๖ รพช. (F2)                  ๕๑๘   แห่ง

๓.๗ รพช.ขนาดเล็ก (F3)         ๓๕   แห่ง

๓.๘ รพช.สร้างใหม่                ๕๗     แห่ง

     รวม ทุติยภูมิ               774 แห่ง

๓.๙ ศสม.                        ๒๒๖ แห่ง

๓.๑๐ รพ.สต.                  ๙,๗๕๐ แห่ง

3.11 สสช                         198 แห่ง

     รวม ปฐมภูมิ           10,174 แห่ง          

จำนวนโรงพยาบาลที่ได้รับการยกระดับร้อยละ ๕๐-๘๐

 

พัฒนาระบบการบริหารจัดการเครือข่ายบริการ

         การบริหารจัดการเครือข่ายบริการสุขภาพในส่วนภูมิภาคดำเนินการในรูปแบบของเครือข่ายบริการ เชื่อมโยงตั้งแต่ รพศ. (ระดับ A) ลงมาถึงระดับบริการปฐมภูมิ (ระดับ P) เป็น ๑ ระบบ ซึ่งครอบคลุมสถานบริการภายใน ๔-๘ จังหวัด ดูแลประชากรที่เหมาะสมประมาณ ๕ ล้านคน รวมทั้งสิ้น ๑๒ เครือข่าย มีการบริหารจัดการในรูปคณะกรรมการบริหารเครือข่ายบริการ ดูแลการพัฒนาระบบบริการ การบริหารจัดการ การเงินการคลัง และการรับส่งต่อภายในเครือข่าย เน้นการสนับสนุนส่งเสริมซึ่งกันและกันแทนการแข่งขันในการขยายบริการ 

 

ปีงบประมาณ 2555

              ภายหลังที่คณะกรรมการและคณะทำงานได้กำหนดแนวทางหลักเกณฑ์และยกร่างรายชื่อโรงพยาบาลจำแนกตามระดับ และนำเสนอต่อที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับและประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนส่วนภูมิภาค สมาพันธ์ ชมรมต่างๆ ในวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๔ ณ เมืองทองธานี แล้วนั้น สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักบริหารการสาธารณสุข ได้เผยแพร่การจัดระดับสถานบริการสุขภาพไปยังผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและถือปฏิบัติ และเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการในรูปแบบเครือข่ายเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงดำเนินการ 1) แบ่งพื้นที่รับผิดชอบ แต่ละเครือข่ายครอบคลุมสถานบริการภายใน 4-8 จังหวัด ดูแลประชากรประมาณ 5 ล้านคน รวมทั้งสิ้น 12 เครือข่าย และให้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการเครือข่าย ทำหน้าที่ดูแลระบบบริการ การจัดสรรทรัพยากร การเงินการคลัง การส่งต่อภายในเครือข่าย ฯลฯ เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการที่มีเอกภาพ 2) จัดทำศักยภาพบริการระดับทุติยภูมิและตติยภูมิ เพื่อให้สถานบริการใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ส่วนขาด (Gap Analysis) โดยประเมินศักยภาพบริการที่เป็นอยู่ปัจจุบันเปรียบเทียบกับศักยภาพบริการตามระดับสถานบริการตามที่กำหนด และจัดทำแผนสนับสนุนทรัพยากร แผนพัฒนาคุณภาพบริการ ที่มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (2555-2559) นำเสนอเป็นภาพรวมของเครือข่าย โดยระยะแรกให้สถานบริการคงระดับสถานบริการตามที่กำหนด ในกรณีขอแก้ไขระดับสถานบริการสามารถเสนอ พร้อมการวิเคราะห์ส่วนขาดเพื่อประกอบการพิจารณาในปีงบประมาณ 2557 ต่อไป

ปีงบประมาณ 2556

                 จากการดำเนินการในปีงบประมาณที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินการจัดทำเกณฑ์ขีดความสามารถของสถานบริการในแต่ละระดับ เครือข่ายบริการสุขภาพทั้ง ๑๒ เครือข่าย จัดทำแผนพัฒนาระบบบริการของเครือข่าย ประกอบด้วยการวิเคราะห์ส่วนขาดของระบบบริการ การเสนอแผนลงทุนทั้งอาคารสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ขนาดใหญ่ และแผนความต้องการบุคลากร โดยจัดแบ่งตามระดับบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ที่เน้นการพัฒนาศักยภาพของสถานบริการสุขภาพ และเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างสูงสุด ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ จึงเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ เพื่อการพัฒนาระบบบริการที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพที่เป็นสำคัญ 10 สาขา ได้แก่ ๑) หัวใจ ๒) มะเร็ง ๓) อุบัติเหตุ ๔) ทารกแรกเกิด ๕) สุขภาพจิตและจิตเวช ๖) ตาและไต ๗) ๕ สาขาหลัก ๘) ทันตกรรม ๙) บริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และสุขภาพองค์รวม ๑๐) Non Communicable Disease: NCD ( DM, HT, COPD, Stroke) โดยมีวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ เป้าหมาย ดังนี้

วิสัยทัศน์ : ประชาชนจะเข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐาน โดยเครือข่ายบริการเชื่อมโยงที่ไร้รอยต่อสามารถบริการ

   เบ็ดเสร็จภายในเครือข่ายบริการ

 

เป้าประสงค์ : บริการสุขภาพที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน

 

วัตถุประสงค์

๑.      เพื่อการจัดบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ เพิ่มบริการที่ควรมีในแต่ระดับของสถานบริการ    

             ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการ มีการเชื่อมโยงไร้รอยต่อ

๒.      เพิ่มประสิทธิภาพบริการโดยการบริหารจัดการ

๓.      มีแผนแม่บทการพัฒนาระบบบริการของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อการจัดสรรทรัพยากร

               ที่มีประสิทธิภาพ

เป้าหมาย : 1) มาตรฐานการบริการ 2) เข้าถึงบริการ 3) ลดระยะเวลารอคอย 4) ลดอัตราป่วย 5) ลดอัตราตาย

6)ลดค่าใช้จ่าย

Key Success Factors 

๑.      การกำหนดมาตรฐาน กรอบขีดความสามารถ กรอบอัตรากำลังคน

๒.      การจัดการโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพ

๓.      การบริหารประสิทธิภาพ / การสนับสนุนการดำเนินการ

 

 

๑๐

สาขา

 

๑. หัวใจและหลอดเลือด

 

 

 

 

๒. มะเร็ง

๓. อุบัติเหตุ

๔. ทารกแรกเกิด

๕. จิตเวช

๖. ตาและไต

๗. ๕ สาขาหลัก

๘. ทันตกรรม

๙. บริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิและสุขภาพองค์รวม

๑๐. NCD ( DM, HT,COPD, Stroke)

 

 

Back

Bone

 

๑. การพัฒนาตามเกณฑ์ขีดความสามารถ

 

 

๒. การพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาโรค/ภาวะที่เป็นปัญหาสุขภาพ

๓. การพัฒนาบริหารจัดการประสิทธิภาพ

๔. ระบบการสนับสนุนทรัพยากร

 

การเมือง

 

นอก

สธ

 

กรมต่างๆ

 

สบรส

 

นโยบาย

 

สนับสนุน

 

 

แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan)

 

 

                                             
   

Project / Activity

 
   

ยุทธศาสตร์

 
 

Key Success Factors

 
   

KPI & Target

 
         
         
 
 
   
 
 
   

- การกำหนดมาตรฐาน  

กรอบขีดความสามารถ  

กรอบอัตรากำลังคน

- การจัดการโรคที่เป็น

    ปัญหาสุขภาพ

- การบริหารประสิทธิภาพ/

การสนับสนุนการ

ดำเนินงาน

 
 

- จัดทำกรอบการพัฒนาขีด  

   ความสามารถ / กรอบการ

ดำเนินการ 10 สาขา

- การนำกรอบการพัฒนาขีด

ความสามารถไปใช้ (Gap

Analysis) และทำแผนพัฒนา 12

เครือข่าย

- พัฒนากลไก M&E

-จัดสรร/ สนับสนุนทรัพยาก

- สร้างความรับรู้/ร่วมมือ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

 
 

- ลดอัตราป่วย

- ลดอัตราตาย

- ลดระยะเวลา

      รอคอย

- การส่งต่อออก

      นอกเครือข่าย

      บริการ

- ลดค่าใช้จ่าย

 
 
 

หน่วยงานรับผิดชอบ

กระทรวงสาธารณสุข

 
 
 
 

QUALITY IMPROVEMENT & INNOVATION

 
 
 
     
 
 

M & E

 

 

 

 

 

 

 

ระยะเวลาดำเนินการ

- ชี้แจงการจัดทำแผน

Þ

วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

- ๑๒ เครือข่ายจัดทำแผน

Þ

๒๒ พฤศจิกายน – ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๕

- เขตทำแผน พบส.                                        

Þ

เมษายน 2556

- Implement พบส.

Þ

เมษายน – กันยายน 2556

- ทำคู่มือลงทุนก่อสร้าง

Þ

เมษายน – มิถุนายน 2556

- ทำคู่มือครุภัณฑ์ 10 สาขา

Þ

เมษายน – พฤษภาคม 2556

- ทำคู่มือมาตรฐานกำลังคน HRP / HRD

Þ

เมษายน – พฤษภาคม 2556

- เขตทำแผนลงทุน / HR

Þ

มิถุนายน – กรกฏาคม 2556

- กระทรวงนำแผนใหญ่ เสนอ ครม.

Þ

สิงหาคม 2556

- M & E

Þ

เมษายน – กันยายน 2556

         

 

ตัวชี้วัด Service Plan

          ทุกจังหวัดทุกเครือข่ายได้ปฏิบัติตามแผนService Achievement Plan อย่างน้อยตามที่ได้วางแผนและได้ผลลัพธ์ตามแผนที่กำหนดไว้รายปี

 

เป้าหมายการพัฒนาแต่ละสาขา ในปีงบประมาณ 2556

 

สาขา

เป้าหมาย และตัวชี้วัด ระยะ 6เดือน

1. โรคหัวใจ

l ลดการป่วยตาย จาก Acute MI โดย มีระบบ Fast Tract STEMI เพิ่มขึ้นทุกจังหวัด

2. มะเร็ง

l การคัดกรองมะเร็ง

l การเข้าถึงการบริการฉายแสง และเคมีบำบัด

3. อุบัติเหตุ

l ลดอัตราตายจากอุบัติเหตุ โดยมีระบบ   Fast Tract Trauma เพิ่มขึ้นทุกจังหวัดเฉพาะผู้ป่วยอุบัติเหตุที่มีภาวะวิกฤต และมีระบบการส่งต่อ Head Injury และ Multiple Trauma  

4. ทารกแรกเกิด

l NICU ในเขตสุขภาพเพิ่มขึ้น

l มีระบบส่งต่อที่ชัดเจน และมีมาตรฐานเพิ่มขึ้น

5.สุขภาพจิตและ
จิตเวช

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเข้าถึงบริการมากขึ้น

l PSC (Psychosocial Clinic)

l Ward ผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้นในเขตสุขภาพ

6. 5 สาขาหลัก

มีการส่งกลับผู้ป่วยที่พ้นระยะวิกฤติ ไปยัง รพ.ขนาด M1 M2 และ F มากขึ้น

มีการเพิ่มศักยภาพ ใน 5 สาขาหลัก ใน รพ.ขนาด M1 M2 และ F ดังนี้

l ด้านศัลยกรรม มีการผ่าตัด ไส้ติ่ง ,minor surgery  

l ด้านศัลยกรรมกระดูกมีระบบการปรึกษา และการรักษา ผู้ป่วยกระดูกหักชนิดไม่เคลื่อน

l ด้านสูติกรรม มีการผ่าตัดคลอด (caesarean section )ได้มากขึ้น

l อายุรกรรม และ กุมารเวชกรรม สามารถดูแลผู้ป่วยพ้นระยะวิกฤติ หรือผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วย

   หายใจที่พ้นวิกฤติแล้วส่งกลับไปให้ดูแลต่อได้

7. ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และสุขภาพองค์รวม

ผู้รับบริการตามกลุ่มวัยเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคระดับพื้นฐาน (Basic PP service)

l ANC   คุณภาพ

l WCC   คุณภาพ

l Palliative care ที่บ้านอย่างเหมาะสม

8. ทันตกรรม

ผู้รับบริการเข้าถึงบริการได้มากขึ้นและลดเวลารอคอย

l เด็กอายุ 3 ปี มีฟันน้ำนมผุไม่เกินร้อยละ 50

l ผู้สูงอายุ รอคิวทำฟันเทียมไม่เกิน 6 เดือน

l ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงบริการฯ ร้อยละ 20

9.1 ไต

l คัดกรองผู้ป่วย CKD

l ชะลอความเสื่อมของไตในผู้ป่วย CKD

l จัดตั้งศูนย์รับบริจาคอวัยวะในโรงพยาบาลศูนย์ (A) มีเป้าหมาย 600 รายในปี 2558

9.2 ตา

มีการค้นหาและพบ Blinding Cataract มากขึ้น และได้รับการรักษาภายในเวลาที่กำหนด

l ค้นหา Blinding Cataract และผ่าตัดภายในเวลาที่กำหนด

l คัดกรองเบาหวานเข้าจอประสาทตา

l ผู้ป่วย Diabetic Retinopathy ได้รับการรักษาครบวงจร

10.NCD

(DM/HT, COPD, Stroke)

ค้นหาและคัดกรองผู้ป่วย DM ,HT

เป้าหมาย : ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรักษาใกล้บ้าน (รพ.สต) ,ลดภาวะแทรกซ้อน (Secondary Prevention) ลดการ Re –Admission โดยดำเนินการ

l NCD Clinic คุณภาพ

l COPD Clinic คุณภาพ

l Stroke Fast Tract & Stroke Unit

 

หมายเหตุ: เขตบริการสุขภาพ และจังหวัดสามารถปรับให้เหมาะกับปัญหาสุขภาพ และบริบทของพื้นที่

Search


เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ : Website Policy : Privacy Policy Website Security Policy
Copyright© 2012 KmOps. design by กลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข