เข้าสู่ระบบ

ความสัมพันธ์อาเซียน-จีน

ความสัมพันธ์อาเซียน-จีน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 24 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2534 ในฐานะแขกของรัฐบาลมาเลเซีย นับเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับจีน ซึ่งในปี 2539 จีนได้รับสถานะเป็นคู่เจรจาอย่างเต็มรูปแบบของอาเซียน 

 ปี 2549 อาเซียนและจีนได้ฉลองครบรอบความสัมพันธ์ 15 ปี มีการจัดประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน สมัยพิเศษ ที่นครหนานหนิง โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับจีนสำหรับ 15 ปีข้างหน้า และในปี 2554 มีการประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 14 ที่บาหลี เป็นสมัยพิเศษ เพื่อเป็นการฉลองความสัมพันธ์อาเซียนจีนครบรอบ 20 ปี

 

อาเซียนมีความร่วมมือกับจีนทั้ง 3 เสาหลัก คือ ความร่วมมือด้านการเมืองความมั่นคง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และความร่วมมือด้านการพัฒนา สังคม และวัฒนธรรม

 

   - จีนเป็นประเทศคู่เจรจาแรกของอาเซียนที่ภาคยานุวัติ (หมายถึง การให้ความยินยอมที่จะผูกพันตามสนธิสัญญา ภายหลังจากที่มีการลงนามในสนธิสัญญาไปแล้ว) สนธิสัญญามิตรภาพ และความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนจีน ครั้งที่ 7 ในปี 2546 ที่บาหลี อินโดนีเซีย และเป็นประเทศแรกที่แสดงความพร้อมที่จะลงนามในพิธีสารต่อท้ายสนธิสัญญาว่าด้วยการจัดตั้งเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

   - จีนเป็นประเทศคู่เจรจาแรกที่เสนอให้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีกับอาเซียน โดยได้ร่วมลงนามกรอบความตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation) ในปี 2545 กำหนดเป้าหมายให้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนจีน กับประเทศสมาชิกอาเซียนเก่า (6 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไน) ให้แล้วเสร็จ ให้แล้วเสร็จภายในปี 2553 และกับประเทศสมาชิกใหม่ (4 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา) ภายในปี 2558 โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าและกลไกการระงับข้อพิพาทในปี 2547 ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการในปี 2550 และความตกลงว่าด้วยการลงทุนในปี 2552 ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวทำให้ประเทศคู่เจรจาอื่นๆ ของอาเซียนหันมาริเริ่มจัดตั้งเขตการค้าเสรีกับอาเซียนด้วย ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยญี่ปุ่นลงนามใน Framework for Comprehensive Economic Partnership เมื่อปี 2546 และสาธารณรัฐเกาหลีลงนามใน Framework Agreement on Comprehensive Economic Cooperation เมื่อปี 2548

 

   - จีนก้าวขึ้นเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของอาเซียน ในปี 2554 ขณะที่อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของจีน รองจากสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ

 

   - อาเซียนและจีนตกลงร่วมมือกันใน 11 สาขาหลัก เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศในภูมิภาค ได้แก่ (1) การเกษตร (2) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT (3) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (4) การพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง (5) การลงทุน (6) พลังงาน (7) การขนส่ง (8) วัฒนธรรม (9) สาธารณสุข (10) การท่องเที่ยว และ (11) สิ่งแวดล้อม รวมทั้งมุ่งส่งเสริม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างประชาคม (Community) การส่งเสริมความเชื่อมโยง (Connectivity) และการจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Regional Code of Conduct in the South China Sea: COC)

 

   - จีนสนับสนุนความพยายามของอาเซียนในการลดช่องว่างด้านการพัฒนา ผ่านการดำเนินโครงการความร่วมมือภายใต้แนวคิดริเริ่มสำหรับการบูรณาการของอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration – IAI) และอนุภูมิภาคที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ASEAN – Mekong Basin Development Cooperation (AMBDC) และ Brunei – Indonesia – Malaysia – Philippines East ASEAN Growth Area (BIMP – EAGA)

 

   - จีนเสนอในการประชุมสุดยอดอาเซียนจีน ครั้งที่ 15 เมื่อปี 2554 ที่กรุงพนมเปญ ให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อาเซียน-จีน ให้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการความร่วมมืออาเซียน-จีน ด้านสาธารณสุขและด้านวัฒนธรรม จัดตั้งห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ร่วมอาเซียน-จีน สวนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาเซียน-จีน และศูนย์ถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี จัดตั้งเครือข่ายนักวิชาการอาเซียน-จีน และเพิ่มวงเงินให้กับกองทุนความร่วมมืออาเซียน-จีนอีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

   - ไทยเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการจัดตั้งศูนย์อาเซียนจีน ณ กรุงปักกิ่ง โดยไทยเป็นประเทศแรกที่ส่งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์อาเซียนจีน (ASEAN — China Center) ณ กรุงปักกิ่ง ในตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยสารสนเทศและประชาสัมพันธ์ (Director of Information and Public Relations Unit) เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญที่ไทยให้ต่อจีน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงการต่างประเทศมอบหมายข้าราชการในสังกัด ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยสารสนเทศและประชาสัมพันธ์ของศูนย์อาเซียน-จีน มีวาระ 3 ปี ระหว่างปี 2556 — 2558 เนื่องจากลักษณะงานเน้นการประสานงานกับฝ่ายจีนและประเทศสมาชิกอาเซียน ข้าราชการจึงควรมีความเชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศ มีพื้นความรู้เกี่ยวกับอาเซียน และเคยมีประสบการณ์การประจำการในต่างประเทศ

 

   - ไทยปฏิบัติหน้าที่ประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-จีน ต่อจากเวียดนาม เป็นระยะเวลา 3 ปี (ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2555 – กรกฎาคม 2558) ซึ่งไทยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับจีนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในทุก ๆ ด้าน

 

 

ขอขอบคุณทุกแหล่งข้อมูล

 

 

 

 

 

 


เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ : Website Policy : Privacy Policy Website Security Policy
Copyright© 2012 KmOps. design by กลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข