เข้าสู่ระบบ

นโยบายกระทรวงสาธารณสุข ด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

 

 

กระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ ๑๑๔๙/๒๕๕๕ สั่ง ณ วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายทางด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งองค์ประกอบคณะกรรมการฯ ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมทุกกรม และผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เป็นกรรมการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขด้านต่างประเทศเป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์และผู้อำนวยการสำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่หลักในการกำหนดนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในภาพรวม เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลในหลายบริบท รวมทั้งการติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการตามพันธะสัญญากับประเทศหรือองค์กรต่างๆ และคณะกรรมการนโยบายฯ ได้มีคำสั่งคณะกรรมการฯ ที่ ๘/๒๕๕๕ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารนโยบายทางด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โดยมีรองปลัดกระทรวงด้านต่างประเทศเป็นประธานอนุกรรมการ และมีผู้แทนกรมและหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นอนุกรรมการ
ผู้อำนวยการสำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่หลักในการนำนโยบายจากคณะกรรมการนโยบายฯ
ไปสู่การปฏิบัติ

 

คณะกรรมการนโยบายฯ กำหนดให้จัดการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการและเพื่อความต่อเนื่องของการทำงานเป็นประจำทุกเดือน
โดยได้จัดการประชุมคณะกรรมการฯ ในปี ๒๕๕๕ แล้ว จำนวน ๓ ครั้ง คือในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม และจัดในปี ๒๕๕๖ แล้ว จำนวน ๒ ครั้ง คือในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ สำหรับคณะอนุกรรมการฯ ได้จัดการประชุมในปี ๒๕๕๕ แล้ว จำนวน ๑ ครั้ง คือในเดือนธันวาคม และจัดในปี ๒๕๕๖ แล้ว จำนวน ๒ ครั้ง คือในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์

 

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มอบนโยบายการบริหารงานด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โดยสรุปดังนี้

 

๑. การดำเนินงานด้านสาธารณสุขต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ใน ๒ ประเด็น ได้แก่ Modern Thailand และการเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน : (๑) Modern Thailand : เป็นการสร้างภาพพจน์ของประเทศไทย โดยในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวข้องในเรื่อง ‘Medical Hub’ ประกอบด้วย ๓ กลยุทธ์ ได้แก่ ๑) ความเป็นเลิศด้านวิชาการ ๒) การสนับสนุนด้านผลิตภัณฑ์ เช่น นวดแผนไทย และ ๓) การส่งเสริมความเป็น ‘global brand’ ของผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยภาครัฐควรวิเคราะห์หา ‘position’ ของความเป็นเลิศ โครงการต่างๆ ต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาให้เป็นแหล่งการศึกษา/ฝึกอบรมสำหรับชาวต่างประเทศ และการผลิตนักวิชาการที่มีผลงานวิชาการเป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจน ในส่วนของภาคเอกชน ควรมีการส่งเสริมด้านเทคโนโลยีในการให้บริการ การพัฒนาด้าน ‘service hospitality’ การสร้างให้ประเทศไทยเป็น ‘medical hub’ โดยมอบให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการ และให้พิจารณาในภาพรวมของประเทศและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข (๒) การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน : สืบเนื่องจากการที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีการกำหนดตัวชี้วัดในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวข้องกับเรื่องกำลังคนและสถานบริการ
โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาว่า กระทรวงสาธารณสุขยังมีปัญหาด้านสุขภาพในเชิงลบ เช่น
เมื่อมีคนเดินทางเข้ามาในประเทศ จะมีการนำโรคต่างๆ เข้ามาด้วย หรือแม้แต่เรื่องการให้บริการสุขภาพแก่คนต่างด้าว กระทรวงสาธารณสุขจึงควรแก้ไข
ด้วยการดำเนินการให้เป็นระบบประกันสุขภาพ ซึ่งหากยังไม่สามารถทำได้ ควรปรับเปลี่ยนให้เป็นประโยชน์หรือเชิงบวก โดยเน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ประเทศแทน
โดยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายต่างประเทศในการทำให้เกิดภาพลักษณ์ในเชิงบวก

 

๒. การปฏิรูป (reform) สำนักงานที่รับผิดชอบงานต่างประเทศของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายข้างต้น :
หน่วยงานที่รับผิดชอบงานต่างประเทศประกอบด้วย ส่วนวิชาการ ปฏิบัติการ และธุรการ จึงให้สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ
(IHPP) อยู่ภายใต้หน่วยงานของรัฐ เพื่อรับผิดชอบงานด้านวิชาการ ส่วนสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ควรรับผิดชอบในเรื่อง ‘memo’ และความร่วมมือต่างๆ
และขณะนี้ได้มีการจัดทำข้อเสนอปรับโครงสร้างสำนักการสาธารณสุขระหว่างประเทศเสนอไปยังกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้ว

 

๓. การจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) การจัดทำแผนงานโครงการอาเซียน ตลอดจนแผนนโยบายต่างๆ : ขอให้มีความสอดคล้องและบูรณาการกัน
ทั้งกับหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข และให้แต่ละหน่วยงานได้มีการทบทวนข้อตกลงหรือบันทึกความเข้าใจ
(MOU) ที่ได้มีความตกลงกับต่างประเทศ และทบทวนการจัดทำแผนงาน/โครงการอาเซียน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานและยุทธศาสตร์ของประเทศแล้ว

 

๔. การเป็นผู้ประสานงานหลักการการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติ ตามที่รัฐบาลมอบหมายและอนุมัติให้ดำเนินการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ จำนวน ๑๓ สาขา : มอบหมายให้กรมการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ

 

๕. การผลักดันให้เกิดหลักประกันสุขภาพ (Universal Health Coverage) กับประเทศเพื่อนบ้าน : ให้หน่วยงานต่างๆ เน้นเรื่องการสาธารณสุขชายแดน เพื่อแบ่งเบาภาระต่างๆ ของประเทศ

 

 

-----------------------------------------------------------------------------

 

พรหมพร สินพรหม นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ เรียบเรียง

มีนาคม ๒๕๕๖

 

 

Search


เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ : Website Policy : Privacy Policy Website Security Policy
Copyright© 2012 KmOps. design by กลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข