เข้าสู่ระบบ

กรณีตัวอย่างการกระทำผิด ๔-๕๖

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย

                 ยามว่าง

                  นายโพธิ์ทอง ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน  หลังจากเลิกงานที่ รพ.สต  แล้วมีเวลาว่าง ได้ไปดื่มสุรากับเพื่อนๆในเวลากลางคืนจนเมาสุรา จากนั้นได้ร่วมกับพวกรวม 6 คน ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาของตน  โดยร่วมกันจับแขนขาของนางสาวนกน้อย ผู้เสียหายไว้ มิให้ดิ้นรนขัดขืน จากนั้นก็ร่วมกันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันข่มขืนกระทำชำเรานางสาวนกน้อย จนสำเร็จความใคร่ คนละครั้ง พฤติการณ์ของนายโพธิ์ทอง ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85(4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษไล่ออกจากราชการ 

                 ปืนจะหลุด

           นายโซเซ ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน  มาทำงานสายอาทิตย์ละ 3 วัน ไม่ลงชื่อและเวลาในการทำงาน ในตอนพักเที่ยงในวันราชการวันหนึ่ง   นายโซเซ ได้ไปที่ร้านอาหารหน้าโรงพยาบาล โดยมีอาการเมาสุรา ครองสติไม่ได้ เดินเซไปมา ไม่สวมรองเท้า นายโซเซ ได้เดินไปที่โต๊ะของนางทิพย์ ซึ่งรับประทานอาหารอยู่ แล้วนำอาวุธปืนออกมาอวดอ้าง ชักปืนเล่น พูดจาไม่รู้เรื่อง นางทิพย์ ได้ห้ามแต่ก็ไม่ฟัง นางทิพย์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบออกจากร้านไป นายโซเซ ให้การรับว่าตนมาทำงานสายและไม่มาทำงานจริง รวมทั้งมาทำงานแต่ไม่ลงชื่อปฏิบัติงาน ส่วนเหตุการณ์วันที่ตนเมาสุรานั้นเพราะตนมีปัญหาครอบครัว ได้หย่าร้างกับภรรยา ก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะกับภรรยาและไปที่ร้านอาหารตอนเที่ยง ส่วนการที่ตนได้ชักปืนออกมาข้างนอกนั้นเนื่องจากปืนจะหลุดจากเอว และชักดูว่า มีลูกกระสุนหรือไม่แล้วเก็บไว้ที่เอวด้านหน้าไม่ได้ นำปืนมาวางบนโต๊ะอาหารแต่อย่างใด

                    พฤติการณ์ของนายโซเซ ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ และฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตนและไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย ตามมาตรา 82(2) มาตรา 82(5) และมาตรา ๘๒ (๑๐) ประกอบมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน ๕% เป็นเวลา 1 เดือน

 ยักคอมพ์

                   นายยัก ตำแหน่งเจ้าพนักงานเวชสถิติชำนาญงาน ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าศูนย์คอมพิวเตอร์ ได้นำเครื่องพิวเตอร์โน็ตบุ๊กและอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆของโรงพยาบาล  ไปจำนวน 29 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 500,000 บาท ทั้งนี้ นายยัก ได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ไปใช้ในการประชุมวิชาการที่โรงแรม หลังเลิกการประชุมแล้ว ปรากฏว่านายยัก ได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปใส่ไว้ในรถยนต์ส่วนตัวโดยไม่ได้นำกลับไปที่โรงพยาบาล และมีผู้พบเห็นว่านายยักและบุคคลภายนอก ได้ช่วยกันขนเครื่องคอมพิวเตอร์ออกไปจากศูนย์คอมพิวเตอร์โดยใช้ถุงขยะใบใหญ่สีดำและสีแดงคลุมเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนนำออกไปและไม่นำมาคืนแต่อย่างใด

                   พฤติการณ์ของนายยัก ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ตามมาตรา 85(1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษไล่ออกจากราชการ

                    กองเป็นทุน

                   นางหัก ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับงาน อสม.และการจ่ายเงินค่าป่วยการให้กับ อสม.ได้เสนอให้ชมรม อสม.จัดตั้งกองทุนสุขภาพ อสม. โดยมีการระดมทุนและได้หักเงินค่าป่วยการ อสม.เข้ากองทุนในแต่ละเดือน ปรากฏว่ามี อสม.บางคนไม่ยินยอมให้หักเงินจำนวนดังกล่าว           จึงได้มีการร้องเรียนเรื่องนี้ขึ้น ต่อมานางหัก ก็ได้คืนเงินที่หักไปดังกล่าวให้กับ อสม.เรียบร้อยแล้ว  อนึ่ง การหักเงินดังกล่าวโดยปราศจากความยินยอมของ อสม.นั้น แม้จะอ้างว่าเกิดจากมติของที่ประชุม อสม.ก็ไม่อาจทำได้ เพราะระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าป่วยการของ อสม. พ.ศ.2552 ไม่ได้กำหนดให้สามารถนำเงินไปดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้โดยปราศจากความยินยอมของ  อสม.เจ้าของเงิน แม้ว่าเรื่องที่ทำนั้นจะทำไปในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็ตาม

                      พฤติการณ์ของนางหัก ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตามมาตรา 82(2)  ประกอบมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 สมควรลงโทษภาคทัณฑ์ แต่มีเหตุอันควรงดโทษ จึงให้ว่ากล่าวตักเตือนนางหัก เป็น           ลายลักษณ์อักษร

                     หมายเหตุ เรื่องการหักเงินค่าป่วยการ ของ อสม.ซึ่งได้รับคนละ 600 บาทต่อเดือน นั้น ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนหลายประการ เช่น เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเบิกจ่ายเงินมาแล้วก็ไม่นำไปจ่ายให้กับ  อสม. หรือมีการหักเงินโดยอ้างว่าเป็นค่าเก้าอี้ ค่าปรับปรุงห้องประชุม ค่าสิ่งของ ค่าอาหาร หรือค่ากาแฟ เป็นต้น ซึ่งการหักเงินดังกล่าวโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม จาก อสม.(เป็นลายลักษณ์อักษร) ถือว่าเป็นความผิดทางวินัย

                       น้ำเกลือของหมอ

                   นางเก็บ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ได้รักษาพยาบาลนางสาย ที่บนสถานีอนามัย ซึ่งมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศรีษะ ท้องเสีย  และความดันโลหิตต่ำ นางเก็บ ได้คิดค่าให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด เป็นเงิน 200 บาท โดยไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงินให้เพราะเป็นน้ำเกลือส่วนตัวของนางเก็บ ต่อมาได้มีผู้ร้องเรียนในเรื่องนี้ขึ้น นอกจากนี้ นางเก็บ ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการอบรม อสม. ยังได้เรียกเก็บเงินจากนายหยุด ซึ่งเข้าอบรมเป็น อสม.โดยอ้างว่าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ในการอบรมและได้นำเงินดังกล่าวไปใช้ส่วนตัว

                  พฤติการณ์ของนางเก็บ ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง และฐานกระทำการหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 83(3) และมาตรา ๘3(5) ประกอบมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน ๕% เป็นเวลา 3 เดือน

                      เกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย

                      พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550 และ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.2554)

       “ มาตรา 103/7 ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ (มาตรา 103/7 วรรคหนึ่ง)

            มาตรา 103/8 ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีหน้าที่รายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อสั่งการให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่ง โดยหน่วยงานของรัฐจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการดังกล่าว และให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ติดตามผลการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในกรณีดังกล่าวด้วย

               หน่วยงานของรัฐใดฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัยหรือเป็นเหตุที่จะถูกถอดถอนจากตำแหน่งหรือต้องพ้นจากตำแหน่ง แล้วแต่กรณี”

             คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียด ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะราคากลาง และการคำนวณราคากลางในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดู ตามมาตรา 103/7 และมาตรา 103/8 ดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 180วันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรี. มีมติเห็นชอบคือ ภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2556  สาระสำคัญโดยสรุป คือ การเปิดเผยราคากลางการจัดซื้อ         จัดจ้างประเภทอื่นๆที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง สำหรับครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ ยาในบัญชียาหลัก ยานอกบัญชียาหลัก และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ใช้ตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สำนักงบประมาณ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวง ICT) หากไม่มีประกาศ ให้ใช้ราคาที่เคยซื้อหลังสุดในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ และหากไม่มีราคาที่เคยซื้อครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ ให้ใช้ราคาตลาดโดยสืบจากราคาท้องตลาด รวมทั้งเว็บไซต์ต่างๆเป็นราคาอ้างอิง (รายละเอียดโดยสรุปตามเอกสารข่าวสารของศูนย์ข่าวสารด้านเวชภัณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข แนบท้ายนี้)  ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่ของรัฐของหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว กฎหมายให้ถือว่าเป็นความผิดทางวินัย

                             รวบรวมและจัดทำโดย  นายเสมอ กาฬภักดี       นิติกรชำนาญการพิเศษ(ด้านวินัย)

                                                           นายวิชัย รัตนกรีฑากุล   นิติกรชำนาญการ

                                                           นายเกตุแก้ว แก้วใส      นิติกรชำนาญการ(ด้านวินัย)

                                                           นายไวพจน์ แสนใจธรรม นิติกรชำนาญการ(ด้านวินัย)

              กลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม  สำนักบริหารกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

 



Search


เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ : Website Policy : Privacy Policy Website Security Policy
Copyright© 2012 KmOps. design by กลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข