เข้าสู่ระบบ

ตัวอย่างการกระทำผิดวินัย 2/2558

 

                                                                                                                                                                               

 

 
   

              จุลสารข่าววินัยและคุณธรรม ฉบับนี้ขอนำเสนอความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและ กรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของกลุ่มเสริมสร้างวินัย และระบบคุณธรรม และดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ w.w.w.winaimoph.com                                                กรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย

         ชีวิตรันทด

            นายสำรวย ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน ได้ขาดราชการติดต่อกัน เป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน และไม่กลับมาปฏิบัติราชการอีกเลย เนื่องจากนายสำรวย มีภาระหนี้สิน ทั้งหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้ธนาคารออมสิน และหนี้พนันโต๊ะบอล นายสำรวย อ้างว่าสาเหตุที่ตนไม่มาปฏิบัติราชการ เนื่องจากมารดาป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ถุงน้ำดีและโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ต้องคอยดูแลและพามารดาไปรักษาที่โรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัด และตนเองมีภาระหนี้สินส่วนตัว ที่ได้ก่อไว้ อีกทั้งเจ้าหนี้ได้ทำการข่มขู่หมายเอาชีวิต

          พฤติการณ์ของนายสำรวย ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ตามมาตรา 85(3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2551 ลงโทษไล่ออกจากราชการ

      เพราะสุขสำราญ

         นายสำราญ ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน ได้ขาดราชการติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน และไม่กลับมาปฏิบัติราชการ อีกเลย เนื่องจากนายสำราญ เคยแต่งงานและมีบุตร ๒ คน แต่ไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูบุตรเลย เนื่องจากนายสำราญ มีนิสัยเป็นคนชอบดื่มสุรา เล่นการพนัน (ชนไก่) และเที่ยวกลางคืน ทำให้ไม่มีเงินมาจุนเจือครอบครัว จนเป็นเหตุให้มีหนี้สินต้องไปกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินต่างๆและในบางครั้งจะมีเจ้าหนี้มาทวงหนี้ทั้งที่บ้านและที่ทำงานและนายสำราญได้ให้การรับสารภาพว่าการที่ตนไม่ได้ไปปฏิบัติราชการดังกล่าวนั้น สาเหตุเนื่องจากตนประสงค์ไปประกอบอาชีพอื่น เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของตนเองและครอบครัว และเงินเดือนที่ได้รับจากทางราชการนั้นไม่พอใช้ และตนต้องเดินทางไปต่างประเทศ จึงไม่ได้ทำเรื่องติดต่อกับทางราชการเพื่อขอลาออกจากราชการ

         พฤติการณ์ของนายสำราญ ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ตามมาตรา 85(3)    แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษไล่ออกจากราชการ

     เมียลูกน้องนั้นต้องห้าม

   นายจัดเจน ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ ได้กระทำการอันเป็นการล่วงละเมิด หรือคุกคามทางเพศต่อเจ้าหน้าที่สตรีซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนจำนวนหลายคน โดยใช้อำนาจข่มขู่ คุกคามทางเพศ คือ แสดงพฤติกรรมในลักษณะเป็นการหยอกล้อด้วยคำพูด  มีการชักชวนให้กลับบ้านด้วยกัน ลวนลาม จับแขนและถูกเนื้อต้องตัว เช่น มีพฤติกรรมจับมือเจ้าหน้าที่สตรีคนหนึ่งดึงตัวเข้ามาหาตัวเองแต่ถูกสะบัดหลุดได้และหลังจากที่สะบัดมือ  หลุดแล้ว นายจัดเจน ก็ลุกเดินออกไปพร้อมพูดว่า “หยิ่งจังนะมึง สวยก็ไม่สวยยังจะเล่นตัวอีกพอเลิกงานจะไปดักตี” แต่เมื่อถูกถามกลับว่าตีแล้วจะทำอย่างไรต่อ นายจัดเจนก็ตอบว่าจะเอาขึ้นรถกลับบ้านเลย นอกจากนี้นายจัดเจน ยังได้เป็นชู้และมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับภรรยาของผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งทั้งที่ตนเองก็มีภรรยาอยู่แล้ว

            พฤติการณ์ของนายจัดเจน ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ตามมาตรา 83(8) และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ประกอบกฎ ก.พ.ว่าด้วยการกระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พ.ศ.2553 และเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85(4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษปลดออกจากราชการ

เจ็ดกิโลเท่านั้น

           นายสมชาย ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ได้ถูกตำรวจจับกุมในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๒ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นพบโคเคอีนไฮโดรคลอไรด์ จำนวน ๑๕ ถุง น้ำหนัก ๗,๐๖๗ กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ ๖.๓๖๒ กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีโทรศัพท์มือถือ หมายเลข ๐๘๑-XXX-XXXX เพื่อใช้ในการติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับสายลับผู้ล่อซื้อ ในชั้นพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น นายสมชาย ได้ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา และถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ๓ ปี ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๙ วรรคสาม

        พฤติการณ์ของนายสมชาย ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ตามมาตรา ๘๕(๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ ลงโทษ         ปลดออกจากราชการ

           ยาของหมอขอเก็บเงิน

          นายไชยา ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ได้ให้บริการรักษาพยาบาลแก่นางนก และสามี บนสถานีอนามัยโดยนำยาฉีดแก้เวียนศีรษะและยาบำรุงวิตามินซึ่งเป็นยาส่วนตัวของตนเองฉีดให้กับผู้ป่วยทั้งสองคนๆละหนึ่งเข็มและเรียกเก็บเงินเพื่อประโยชน์ แก่ตนเองเป็นจำนวนเงิน 100 บาท โดยไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงินให้ นอกจากนี้นายไชยา ยังเคยนำยาส่วนตัวมาฉีดให้กับผู้มารับบริการบนสถานีอนามัยและเก็บเงินเป็นส่วนตัวจำนวนหลายครั้ง

        พฤติการณ์ของนายไชยา ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และฐานอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง ตามมาตรา 82(4) มาตรา 83(3) และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน 4% เป็นเวลา 1 เดือน

       คนเคยรู้จักกัน

       นางสาวน้ำเพชร ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการซึ่งเป็นสาวโสด ได้คบหาสนิทสนมกับนายยอดชายโดยนายยอดชายนั้นมีภริยาและบุตรอยู่แล้ว ทั้งคู่ได้เดินทางไปต่างจังหวัดด้วยกันหลายครั้ง ความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันของทั้งสองคนดังกล่าวส่งผลให้ภรรยาของนายยอดชายเกิดการทะเลาะกับสามีบ่อยครั้ง ทั้งนี้ทั้งสองคนได้เคยรู้จักกันมาก่อนตั้งแต่สมัยที่เรียนมัธยมศึกษาด้วยกันและเมื่อจบชั้นมัธยมปลายแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปและได้มาพบกันอีกครั้งหนึ่ง โดยนางสาวน้ำเพชรได้ให้หมายเลขโทรศัพท์แก่นายยอดชายและได้ติดต่อกันเรื่อยมาจนเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น

       พฤติการณ์ของนางสาวน้ำเพชร ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง   ฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน มิให้เสื่อมเสียตามมาตรา82(10)และมาตรา84แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ           พลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษภาคทัณฑ์

                                                                         เกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย

         ตัวอย่างคดีปกครองเกี่ยวกับการย้ายข้าราชการในระหว่างถูกสืบสวนทางวินัย

           ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดี (ผู้อำนวยการโรงพยาบาล...) มีคำสั่งย้ายผู้ฟ้องคดีให้ไปปฏิบัติราชการที่กลุ่มการพยาบาล เป็นการชั่วคราวเนื่องจากผู้ฟ้องคดีอยู่ในระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความผิดทางวินัย ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำสั่งย้ายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและขอให้ผู้ฟ้องคดีกลับไปปฏิบัติงานในหน้าที่เดิม กรณีจึงเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง(1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 แต่อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเดิมปฏิบัติหน้าที่ที่ห้องตรวจอายุรกรรม กลุ่มงานผู้ป่วยนอก มาปฏิบัติราชการที่กลุ่มการพยาบาลเป็นการชั่วคราวเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาภายใน  กลุ่มการพยาบาล การย้ายผู้ฟ้องคดีดังกล่าวจึงมิได้มีผลกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีโดยตรงแต่ประการใดและเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาในการบริหารงานบุคคลที่จะสามารถกระทำได้เพื่อแก้ไขปัญหาภายในองค์กรเพื่อประโยชน์ในการจัดทำบริการสาธารณะให้บรรลุผลและดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ศาลปกครองจึงไม่อาจก้าวล่วงเข้าไปใช้อำนาจในการบริหารงานบุคคลแทนฝ่ายปกครองได้ ... กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้                               (คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ ร.555/2555)

อ้างอิงข้อมูลจากเว็ปไซต์ของศาลปกครองhttp://www.admincourt.go.th

 

Search


เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ : Website Policy : Privacy Policy Website Security Policy
Copyright© 2012 KmOps. design by กลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข