เข้าสู่ระบบ

ตัวอย่างการกระทำผิดวินัย 1/2558

                      จุลสารข่าววินัยและคุณธรรม ฉบับนี้ขอนำเสนอความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของกลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรมและดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ w.w.w.winaimoph.com            

                                      กรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย

   คนหลวงใช้เงินหลวง

     นางวันดี ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเก็บรักษาเงิน และเป็นเจ้าหน้าที่การเงินรับผิดชอบงานการเงินและบัญชี และมีอำนาจลงนามในใบถอนเงินร่วมกับเจ้าหน้าที่รายอื่น นางวันดีได้ถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของสถานี อนามัย นำไปใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัว จำนวน 300,000 บาท ต่อมาได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาคืนให้กับทางราชการแล้ว และพบว่ามีการเบิกจ่ายเงินโดยไม่มีเอกสารหลักฐานประกอบการจ่าย จำนวน 200,000 บาท นางวันดี ให้การรับสารภาพว่าตนได้จัดทำเอกสารหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงินเท็จขึ้นมาใหม่เพื่อให้มีจำนวนเงินคงเหลืออยู่จริง ตรงตามรายงานงบเดือนส่งให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเพื่อประกอบการจัดทำบัญชีเกณฑ์คงค้าง

         พฤติการณ์ของนางวันดี ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ตามมาตรา 85 (1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษไล่ออกจากราชการ

           ยักยอกยา

           นายยา ตำแหน่งเภสัชกรปฏิบัติการ ได้ยักยอกยาแก้หวัดสูตรผสมซูโดอีฟรีดรีน ที่ตนดำเนินการสั่งซื้อจากบริษัทยาของเอกชน รวมจำนวน 200,000 เม็ด โดยยาดังกล่าว จำนวน 50,000 เม็ด ได้มีการสั่งซื้อในนามของโรงพยาบาลและนำเข้าคลังยาของโรงพยาบาลตามระบบส่วนอีกจำนวน 150,000 เม็ด นั้น ได้สั่งซื้อในนามของโรงพยาบาลแต่นำยาเข้าร้าน และจ่ายเงินเอง โดยการสั่งซื้อในส่วนนี้นายยาได้ทำการปลอมลายมือชื่อของผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อใช้ เป็นหลักฐานในการสั่งซื้อยา และได้นำยาดังกล่าวไปขายให้แก่บุคคลภายนอก

          พฤติการณ์ของนายยา ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริตตามมาตรา 85(1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551

                 ไล่ออกแล้วก็ยังไล่ซ้ำอีก

                  นายธาตรี ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ มีหน้าที่จัดทำบัญชีการเงิน การรับ-จ่ายเงิน การเบิกถอนเงิน และการเก็บรักษาเงินของสถานีอนามัย นายธาตรี ได้ทำการยักยอกเงินบำรุงของสถานีอนามัยไปหลายครั้งรวมจำนวน ๔00,000 บาท โดยเบิกถอนเงินไปโดยไม่มีหลักฐานการขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันและขออนุมัติเบิกจ่ายเงินจากผู้มีอำนาจเพื่อใช้จ่ายในงานราชการ   ซึ่งนายธาตรี ได้ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และเรื่องนี้ทางราชการได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายธาตรีด้วย ต่อมานายธาตรีได้รับการล้างมลทินการถูกลงโทษทางวินัยตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา พ.ศ.๒๕๕๐ และนายธาตรี ได้รับการบรรจุกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งและต้นสังกัดเดิม ต่อมาปราฏว่าศาลฎีกาได้มี คำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกนายธาตรี ฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินของทางราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ เป็นเวลา ๒ ปี
                 พฤติการณ์ของนายธาตรี ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่าง
ร้ายแรง ฐานกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ตามมาตรา๘๕(๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ ลงโทษไล่ออกจากราชการ

                 ไม่เต็มใจ      

                 นายสมชาย ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ มีพฤติการณ์ไม่เต็มใจให้บริการแก่ประชาชนผู้มารับบริการที่สถานีอนามัย และมักใช้คำพูดในลักษณะที่ห้วนและสั้นกับผู้มารับบริการทำให้ผู้มารับบริการเกิดความ ไม่พอใจ และมีผู้ป่วยรายหนึ่งมารับการรักษาพยาบาลกับนายสมชาย นายสมชายก็ได้จ่ายยาปฏิชีวนะชนิดหนึ่งให้และเมื่อผู้ป่วยแจ้งให้นายสมชายทราบว่าตนนั้นแพ้ยาปฏิชีวนะชนิดที่จ่ายให้จะขอเปลี่ยนเป็นยาตัวอื่นแทน แต่นายสมชาย ก็ไม่เปลี่ยนให้และยืนยันให้ยาชนิดดังกล่าวแก่ผู้ป่วยทั้งที่วันดังกล่าวยังมียาปฏิชีวนะชนิดอื่นที่ใช้แทนกันได้

                   พฤติการณ์ของนายสมชาย ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ต้อนรับ ให้ความสะดวก
ให้ความเป็นธรรมและให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้ติดต่อราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตนและฐานประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 82(8) มาตรา 83(4) และมาตรา ๘๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน ๕
% เป็นเวลา 1 เดือน

       เมาแล้วขับ

       นายมิตรชัย ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปธุระส่วนตัว ในขณะเดินทางได้พบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจและถูกเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผลการตรวจพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์จำนวน 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์  ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจจึงแจ้ง ข้อกล่าวหาและควบคุมตัวนายมิตรชัยส่งฟ้องศาล และศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษเป็นเวลา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี และให้ไป  รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุกๆ 4 เดือน และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์เป็นเวลา20ชั่วโมง นายมิตรชัยได้ให้การรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิดดังกล่าวจริงและจะไม่ประพฤติตนเช่นนี้อีก

       พฤติการณ์ของนายมิตรชัย ดังกล่าวเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตนและไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย ตามมาตรา 82(10) และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษภาคทัณฑ์

                                     เกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย

     1.คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๓๙๓/๒๕๕๐ การเบิกจ่ายเงินของทางราชการ  โดยไม่มีหลักฐานการก่อหนี้ผูกพัน ไม่ขออนุมัติเบิกจ่ายเงิน ปลอมลายมือชื่อกรรมการรักษาเงิน และไม่ปรากฏหลักฐานว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

        2.คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.264/2550 ผู้ฟ้องคดีเป็นข้าราชการระดับ 3 รับราชการมานาน9 ปี ย่อมต้องทราบกฎ ระเบียบและวินัยของข้าราชการ การที่ผู้ฟ้องคดีขาดราชการเป็นเวลาเกินกว่า 15 วันติดต่อกัน โดยอ้างว่ามีปัญหากับสามี นั้น ไม่อาจรับฟังได้ และการที่ผู้ฟ้องคดีนำเงินที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้นำไปชำระค่าโทรศัพท์ไปใช้ส่วนตัวเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบแม้การชำระค่าโทรศัพท์จะไม่ใช่หน้าที่ราชการตามกฎหมายหรือระเบียบที่ผู้ฟ้องคดีจะต้องปฏิบัติตามตำแหน่งงานที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งก็ตามแต่ผู้ฟ้องคดีมีหน้าที่ต้องปฏิบัติเพราะเป็นการสั่งการในเรื่องของทางราชการที่ชอบด้วยกฎหมาย พฤติการณ์ของผู้ฟ้องคดีจึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองและผู้อื่นได้ประโยชน์ ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดแนวทางการลงโทษให้ไล่ออกจากราชการ 
      
3.คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.30/2557

            ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาจ้าง ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าได้รับแจ้งและรับทราบจากนาย ค.ว่ามีการลักซองเสนอราคาและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการเสนอราคาของบริษัท แต่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเนื่องจากปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างที่สั่งการให้ดำเนินการประกวดราคาต่อไปประกอบกับผู้ฟ้องคดีทั้งห้าได้ทำบันทึกรายงานเหตุการณ์ขณะรับซองเสนอราคาต่อผู้อำนวยการตามลำดับจนถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ทราบแล้ว โดยไม่ได้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าส่วนราชการผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างให้มีการยกเลิกการประกวดราคากรณีมีผู้เสนอราคาถูกต้องตามเงื่อนไขเพียงรายเดียวและไม่ได้มีการบันทึกระบุเหตุผลสมควรที่จะประกวดราคาต่อไปพฤติการณ์แห่งการกระทำของผู้ฟ้องคดีทั้งห้าถือว่ามีมูลความผิดเพียงฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ
อันเป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่4มีคำสั่งลดโทษผู้ฟ้องคดีทั้งห้าจากไล่ออกจากราชการเป็นปลดโทษ    ออกจากราชการจึงเป็นการลงโทษที่ไม่เหมาะสมกับความผิดที่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าได้กระทำ คำสั่งลงโทษของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่1 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย    

           ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาแล้วพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษปลดผู้ฟ้องคดี  ทั้งห้าออกจากราชการตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้อง  คดีที่1โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่คำสั่งมีผลบังคับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และมี ข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ควรที่จะดำเนินการเพื่อให้ผู้ฟ้องคดีทั้งห้ากลับสู่ตำแหน่งเดิม ทั้งนี้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา แล้วดำเนินการทางวินัยผู้ฟ้องคดีทั้งห้าตามกฎหมายเพื่อให้เป็น ไปตามคำพิพากษาและถือปฏิบัติต่อสิทธิที่ผู้ฟ้องคดีทั้งห้าพึงมีพึงได้ตามกฎหมายในระหว่างที่ออกจากราชการ (อ้างอิง : ข้อมูลจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ลงในเว็ปไซต์ ของศาลปกครอง http://www.admincourt.go.th)

Search


เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ : Website Policy : Privacy Policy Website Security Policy
Copyright© 2012 KmOps. design by กลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข