เข้าสู่ระบบ

ตัวอย่างการกระทำผิดวินัย 3/2558

 

                                                                                                                                                                               

 

 
   
       

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย

นายเพิกเฉย

    ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ต้องดำเนินการทางวินัยแก่ผู้กระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕51 มาตรา 90 ซึ่งบัญญัติไว้สรุปว่า เมื่อมีการกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัย ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ ทราบโดยเร็ว และให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้โดยเร็วด้วยความยุติธรรมและโดยปราศจากอคติผู้บังคับบัญชาหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจ สั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ ผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริตให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย ดังนั้น ถ้าผู้บังคับบัญชาผู้ใดไม่ดำเนินการทางวินัยแก่ผู้กระทำผิดวินัยจะมีความผิดวินัยโดยอาจเป็นความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบของทางราชการ ตามมาตรา ๘๒(๒) และมาตรา 84 หรืออาจเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา ๘๒(๒) และมาตรา 85(7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ ดังตัวอย่างตามแนวทางลงโทษของ ก.พ. เช่น

            1. นาย ก.เจ้าหน้าที่บริหารงานช่าง มีหน้าที่ควบคุมบังคับบัญชาการปฏิบัติหน้าที่ราชการทั้งหมดของศูนย์บริการโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าได้ปล่อยปละละเลยให้เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีของศูนย์ฯไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ คือ รับเงินค่าขายแบบก่อสร้างแล้วไม่นำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และเมื่อทราบเรื่องนี้แล้วนาย ก.กลับละเลยไม่รายงานหรือไม่ดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่การเงินดังกล่าว จึงลงโทษตัดเงินเดือน นาย ก. จำนวน 5%เป็นเวลา 3 เดือน

             2. นาย ข. หัวหน้าสถานฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ได้ทราบถึงพฤติการณ์ของข้าราชการซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาว่ากระทำการเบียดบังยักยอกเงินฝากที่ญาติของเด็กและเยาวชนนำมาฝากไว้ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว แต่นาย ข. กลับเพิกเฉยไม่ได้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว เพียงแต่ว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น อีกทั้งมิได้โยกย้ายให้ไปทำหน้าที่อื่น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีโอกาสเบียดบังเงินฝากของเด็กและเยาวชนอีกจนมีผู้ร้องเรียน ลงโทษตัดเงินเดือน นาย ข.จำนวน 5% เป็นเวลา 1 เดือน

   ไปเก็บดอก

   นางสมศรี ซึ่งเป็นข้าราชการ ได้ไปที่บ้านที่นางสมทรงเช่าพักอาศัยอยู่ตามที่นางสมทรง นัดให้ไปรับดอกเบี้ยเงินกู้ที่นางสมทรงได้ยืมเงินของตนไปขณะที่อยู่ในบ้านเช่านั้นปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมบุคคลที่ลักลอบเล่นการพนันภายในบ้านเช่าและจับกุมนางสมศรีไปด้วย นางสมทรงได้บอกให้ทุกคนที่ถูกจับ รับสารภาพเพื่อมิให้เกิดความยุ่งยากในการดำเนินคดี ต่อมาศาลจังหวัดได้พิพากษาปรับจำเลยทุกคนๆละ 750 บาท โดยนางสมทรง ออกเงินค่าปรับให้กับทุกคนทั้งหมด

      พฤติการณ์ของนางสมศรี ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่รักษาชื่อเสียงและไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย ตามมาตรา 82(10) และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษภาคทัณฑ์

         ลูกน้อง

      นางสมหวัง ซึ่งเป็นข้าราชการ ได้นำน้องสาวซึ่งตั้งครรภ์ไปฝากครรภ์และคลอดบุตรที่โรงพยาบาลของทางราชการโดยได้ใช้ชื่อของนางสมหวัง เป็นผู้มาคลอดบุตรและเป็นมารดา ของเด็ก รวมทั้งได้มีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการด้วยหลังจากนั้นได้มีการแจ้งเกิดว่าเด็กที่คลอดนั้นเป็นบุตร   ของนางสมหวังและสามี ต่อมาเมื่อมีการร้องเรียน นางสมหวังก็ได้คืนเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับทางราชการแล้ว เหตุที่ทำเช่นนี้ก็เนื่องจากนางสมหวัง ประสงค์ที่จะมีบุตรแต่ก็มีบุตรยากและหากจะทำกิ๊ฟก็มีค่าใช้จ่ายสูงมากจึงได้ขอร้องให้น้องสาวช่วยตั้งครรภ์กับสามีของตนโดยวิธีธรรมชาติซึ่งทั้งคู่ก็ยินยอมจนมีการตั้งครรภ์และไปคลอดบุตรที่โรงพยาบาล ดังกล่าว

    พฤติการณ์ของนางสมหวัง ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่รักษาชื่อเสียง และไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย ตามมาตรา 82(10) และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ลงโทษลดเงินเดือนจำนวน 4%

         ลูกอมลูกปืน

           นายยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นข้าราชการ ได้นำลูกกระสุนปืนมาข่มขู่เพื่อนร่วมงาน พร้อมกับพูดว่า             “ไอ้พวกอยากเป็นใหญ่ จะเอากระป๋องโค้กมาขว้างหัว เกลียดนักไอ้พวกอยากเป็นใหญ่ ไอ้สองตัวนี้ไปไหน    ไม่แน่จริงนี่หว่า นี่ไงลูกปืนเห็นไหม จะให้คนปากไม่ดี มันอม อมไอ้นั่นอย่างเดียวไม่พอ ไหนมันอยู่ไหน          ฝากลูกปืนให้มันด้วย”

         พฤติการณ์ของนายยิ่งใหญ่ ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐาน           ไม่สุภาพเรียบร้อยและไม่รักษาความสามัคคี ระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ ตามมาตรา ๘2(๗) และมาตรา ๘๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน 4 % เป็นเวลา ๑ เดือน

  โชคดีของสามีใหม่

     นายอังคาร ซึ่งเป็นข้าราชการ ได้รู้จักและสนิทสนมกับนางจันทร์แรม ภรรยาของนายอาทิตย์ ในขณะที่นายอาทิตย์ไปทำงานอยู่ที่ประเทศอิรักจนมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน ต่อมาทั้งคู่ก็ได้หย่ากับคู่สมรสของตนทั้งสองฝ่าย นายอังคารได้จ่ายเงินค่าเลี้ยงดูให้กับนางจันทร์แรมอยู่ระยะหนึ่ง แต่ต่อมาได้หยุดจ่ายเงินให้เนื่องจาก นางจันทร์แรมได้มาระรานและทำร้ายร่างกาย นายอังคาร และนายอังคารมีภาระต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กับครอบครัวเดิม ทั้งนี้นางจันทร์แรมยังมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับชายอื่นอีกจึงอาจไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดที่ทำให้นางจันทร์แรมเลิกรากับสามี

     พฤติการณ์ของนายอังคาร ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงฐานไม่รักษาชื่อเสียงและไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย ตามมาตรา 82(10) และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน 4% เป็นเวลา ๑ เดือน

         ไป...ตามลูก

       นางแสงดาว ซึ่งเป็นข้าราชการ ไม่ได้ขึ้นปฏิบัติงานเวรพยาบาลในเวรเช้าและเวรดึก โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบทำให้ต้องจัดหาคนอื่นขึ้นปฏิบัติงานแทนโดยให้เหตุผลว่าตนไปตามหาบุตรชายที่ต่างจังหวัดเพราะบุตรชายหนีออกจากโรงเรียนและเมื่อกลับมาก็ไม่ได้ส่งใบลาทั้งนี้นางแสงดาวเคยมีพฤติการณ์ขาดงานและ ถูกผู้บังคับบัญชาว่ากล่าวตักเตือนมาแล้วหลายครั้ง

       พฤติการณ์ของนางแสงดาว ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 82(5) และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2551 ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน 4% เป็นเวลา 2 เดือน

                                                         เกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย

       อายุความในการฟ้องคดีแพ่งของผู้เสียหายที่ฟ้องหน่วยงานของรัฐ นั้น ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาที่ 18961/2556 ในคดีที่โจทก์ฟ้องกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำเลยในเรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหายจากการรักษาพยาบาลของแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาล ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขแห่งหนึ่ง

     คดีนี้จำเลยได้ฎีกาไว้ข้อหนึ่งว่าฟ้องของโจทก์นั้นได้ขาดอายุความไปแล้วเพราะฟ้องเกิน 1 ปี แล้วนับแต่ทราบเหตุละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน คือทราบเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2548 และฟ้องคดีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2549

     ศาลฎีกาได้พิจารณาฎีกาข้อนี้แล้วมีความเห็นสรุปว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในมูลละเมิดที่แพทย์และพยาบาลของจำเลยได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ซึ่งกฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานของรัฐโดยตรงแต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ ดังนั้น ความรับผิดของจำเลยกรณีนี้มิใช่ความรับผิดร่วมกับเจ้าหน้าที่ของตนซึ่งเป็นผู้กระทำละเมิดดังเช่นฐานะนายจ้างหรือลูกจ้าง จึงไม่อาจนำอายุความเรื่องละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ได้  เมื่อตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง มิได้บัญญัติอายุความเรื่องสิทธิเรียกร้องเช่นนี้ไว้โดยเฉพาะ จึงต้องใช้อายุความ 10 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 เมื่อนับแต่วันเกิดเหตุละเมิด วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2548 ถึงวันฟ้องวันที่ 27 พฤศจิกายน 2549 ยังไม่พ้น 10 ปี  คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

 

                          

ตัวอย่างการกระทำผิดวินัย 2/2558

 

                                                                                                                                                                               

 

 
   

              จุลสารข่าววินัยและคุณธรรม ฉบับนี้ขอนำเสนอความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและ กรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของกลุ่มเสริมสร้างวินัย และระบบคุณธรรม และดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ w.w.w.winaimoph.com                                                กรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย

         ชีวิตรันทด

            นายสำรวย ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน ได้ขาดราชการติดต่อกัน เป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน และไม่กลับมาปฏิบัติราชการอีกเลย เนื่องจากนายสำรวย มีภาระหนี้สิน ทั้งหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้ธนาคารออมสิน และหนี้พนันโต๊ะบอล นายสำรวย อ้างว่าสาเหตุที่ตนไม่มาปฏิบัติราชการ เนื่องจากมารดาป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ถุงน้ำดีและโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ต้องคอยดูแลและพามารดาไปรักษาที่โรงพยาบาลเพื่อทำการผ่าตัด และตนเองมีภาระหนี้สินส่วนตัว ที่ได้ก่อไว้ อีกทั้งเจ้าหนี้ได้ทำการข่มขู่หมายเอาชีวิต

          พฤติการณ์ของนายสำรวย ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ตามมาตรา 85(3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2551 ลงโทษไล่ออกจากราชการ

      เพราะสุขสำราญ

         นายสำราญ ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน ได้ขาดราชการติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน และไม่กลับมาปฏิบัติราชการ อีกเลย เนื่องจากนายสำราญ เคยแต่งงานและมีบุตร ๒ คน แต่ไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูบุตรเลย เนื่องจากนายสำราญ มีนิสัยเป็นคนชอบดื่มสุรา เล่นการพนัน (ชนไก่) และเที่ยวกลางคืน ทำให้ไม่มีเงินมาจุนเจือครอบครัว จนเป็นเหตุให้มีหนี้สินต้องไปกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินต่างๆและในบางครั้งจะมีเจ้าหนี้มาทวงหนี้ทั้งที่บ้านและที่ทำงานและนายสำราญได้ให้การรับสารภาพว่าการที่ตนไม่ได้ไปปฏิบัติราชการดังกล่าวนั้น สาเหตุเนื่องจากตนประสงค์ไปประกอบอาชีพอื่น เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของตนเองและครอบครัว และเงินเดือนที่ได้รับจากทางราชการนั้นไม่พอใช้ และตนต้องเดินทางไปต่างประเทศ จึงไม่ได้ทำเรื่องติดต่อกับทางราชการเพื่อขอลาออกจากราชการ

         พฤติการณ์ของนายสำราญ ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ตามมาตรา 85(3)    แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษไล่ออกจากราชการ

     เมียลูกน้องนั้นต้องห้าม

   นายจัดเจน ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ ได้กระทำการอันเป็นการล่วงละเมิด หรือคุกคามทางเพศต่อเจ้าหน้าที่สตรีซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนจำนวนหลายคน โดยใช้อำนาจข่มขู่ คุกคามทางเพศ คือ แสดงพฤติกรรมในลักษณะเป็นการหยอกล้อด้วยคำพูด  มีการชักชวนให้กลับบ้านด้วยกัน ลวนลาม จับแขนและถูกเนื้อต้องตัว เช่น มีพฤติกรรมจับมือเจ้าหน้าที่สตรีคนหนึ่งดึงตัวเข้ามาหาตัวเองแต่ถูกสะบัดหลุดได้และหลังจากที่สะบัดมือ  หลุดแล้ว นายจัดเจน ก็ลุกเดินออกไปพร้อมพูดว่า “หยิ่งจังนะมึง สวยก็ไม่สวยยังจะเล่นตัวอีกพอเลิกงานจะไปดักตี” แต่เมื่อถูกถามกลับว่าตีแล้วจะทำอย่างไรต่อ นายจัดเจนก็ตอบว่าจะเอาขึ้นรถกลับบ้านเลย นอกจากนี้นายจัดเจน ยังได้เป็นชู้และมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับภรรยาของผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งทั้งที่ตนเองก็มีภรรยาอยู่แล้ว

            พฤติการณ์ของนายจัดเจน ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ตามมาตรา 83(8) และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ประกอบกฎ ก.พ.ว่าด้วยการกระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พ.ศ.2553 และเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85(4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษปลดออกจากราชการ

เจ็ดกิโลเท่านั้น

           นายสมชาย ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ได้ถูกตำรวจจับกุมในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๒ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นพบโคเคอีนไฮโดรคลอไรด์ จำนวน ๑๕ ถุง น้ำหนัก ๗,๐๖๗ กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ ๖.๓๖๒ กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีโทรศัพท์มือถือ หมายเลข ๐๘๑-XXX-XXXX เพื่อใช้ในการติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับสายลับผู้ล่อซื้อ ในชั้นพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น นายสมชาย ได้ให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา และถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ๓ ปี ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๙ วรรคสาม

        พฤติการณ์ของนายสมชาย ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ตามมาตรา ๘๕(๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ ลงโทษ         ปลดออกจากราชการ

           ยาของหมอขอเก็บเงิน

          นายไชยา ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ได้ให้บริการรักษาพยาบาลแก่นางนก และสามี บนสถานีอนามัยโดยนำยาฉีดแก้เวียนศีรษะและยาบำรุงวิตามินซึ่งเป็นยาส่วนตัวของตนเองฉีดให้กับผู้ป่วยทั้งสองคนๆละหนึ่งเข็มและเรียกเก็บเงินเพื่อประโยชน์ แก่ตนเองเป็นจำนวนเงิน 100 บาท โดยไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงินให้ นอกจากนี้นายไชยา ยังเคยนำยาส่วนตัวมาฉีดให้กับผู้มารับบริการบนสถานีอนามัยและเก็บเงินเป็นส่วนตัวจำนวนหลายครั้ง

        พฤติการณ์ของนายไชยา ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และฐานอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง ตามมาตรา 82(4) มาตรา 83(3) และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน 4% เป็นเวลา 1 เดือน

       คนเคยรู้จักกัน

       นางสาวน้ำเพชร ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการซึ่งเป็นสาวโสด ได้คบหาสนิทสนมกับนายยอดชายโดยนายยอดชายนั้นมีภริยาและบุตรอยู่แล้ว ทั้งคู่ได้เดินทางไปต่างจังหวัดด้วยกันหลายครั้ง ความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันของทั้งสองคนดังกล่าวส่งผลให้ภรรยาของนายยอดชายเกิดการทะเลาะกับสามีบ่อยครั้ง ทั้งนี้ทั้งสองคนได้เคยรู้จักกันมาก่อนตั้งแต่สมัยที่เรียนมัธยมศึกษาด้วยกันและเมื่อจบชั้นมัธยมปลายแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปและได้มาพบกันอีกครั้งหนึ่ง โดยนางสาวน้ำเพชรได้ให้หมายเลขโทรศัพท์แก่นายยอดชายและได้ติดต่อกันเรื่อยมาจนเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น

       พฤติการณ์ของนางสาวน้ำเพชร ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง   ฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน มิให้เสื่อมเสียตามมาตรา82(10)และมาตรา84แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ           พลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษภาคทัณฑ์

                                                                         เกร็ดความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย

         ตัวอย่างคดีปกครองเกี่ยวกับการย้ายข้าราชการในระหว่างถูกสืบสวนทางวินัย

           ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดี (ผู้อำนวยการโรงพยาบาล...) มีคำสั่งย้ายผู้ฟ้องคดีให้ไปปฏิบัติราชการที่กลุ่มการพยาบาล เป็นการชั่วคราวเนื่องจากผู้ฟ้องคดีอยู่ในระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความผิดทางวินัย ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำสั่งย้ายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและขอให้ผู้ฟ้องคดีกลับไปปฏิบัติงานในหน้าที่เดิม กรณีจึงเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง(1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 แต่อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเดิมปฏิบัติหน้าที่ที่ห้องตรวจอายุรกรรม กลุ่มงานผู้ป่วยนอก มาปฏิบัติราชการที่กลุ่มการพยาบาลเป็นการชั่วคราวเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหาภายใน  กลุ่มการพยาบาล การย้ายผู้ฟ้องคดีดังกล่าวจึงมิได้มีผลกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีโดยตรงแต่ประการใดและเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาในการบริหารงานบุคคลที่จะสามารถกระทำได้เพื่อแก้ไขปัญหาภายในองค์กรเพื่อประโยชน์ในการจัดทำบริการสาธารณะให้บรรลุผลและดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ศาลปกครองจึงไม่อาจก้าวล่วงเข้าไปใช้อำนาจในการบริหารงานบุคคลแทนฝ่ายปกครองได้ ... กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้                               (คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ ร.555/2555)

อ้างอิงข้อมูลจากเว็ปไซต์ของศาลปกครองhttp://www.admincourt.go.th

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิด ๕-๕๖

 

จุลสารข่าววินัยและคุณธรรม

ฉบับที่ 5/๒๕๕๖

 

อำนวยความสะดวก

                     นายอำนวย ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไปโรงพยาบาลชุมชน ได้มอบเช็คค่าวัสดุสำนักงานให้กับนายสะดวก ลูกจ้างชั่วคราวซึ่งไม่ใช่เจ้าหนี้และไม่มีหนังสือมอบอำนาจของเจ้าหนี้ให้รับเช็คแทน โดยให้นายสะดวกนำเช็คไปให้กับเจ้าหนี้ผู้ขายวัสดุสำนักงาน อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของส่วนราชการ 

                     พฤติการณ์ของนายอำนวย ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐาน ไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตามมาตรา ๘๒ (2)และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษภาคทัณฑ์

           นึกว่าลูกน้องไม่โกง

               นายไว้ใจ ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ เป็นกรรมการเก็บรักษาเงินของหน่วยงานแต่มิได้ปฏิบัติหน้าที่ในการจัดทำรายงานเงินคงเหลือประจำวันให้เป็นปัจจุบันทุกวันปฏิบัติราชการ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลงานด้านการเงินและบัญชี มิได้กำกับดูแล ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายระเบียบของทางราชการเป็นเหตุให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทุจริตยักยอกเงินของทางราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว จำนวน 50,000 บาท 

          พฤติการณ์ของนายไว้ใจ ดังกล่าวเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ ตามมาตรา ๘๒(2)และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษภาคทัณฑ์

อ่านเพิ่มเติม: กรณีตัวอย่างการกระทำผิด ๕-๕๖

กรณีตัวอย่างการกระทำผิด ๔-๕๖

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย

                 ยามว่าง

                  นายโพธิ์ทอง ตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน  หลังจากเลิกงานที่ รพ.สต  แล้วมีเวลาว่าง ได้ไปดื่มสุรากับเพื่อนๆในเวลากลางคืนจนเมาสุรา จากนั้นได้ร่วมกับพวกรวม 6 คน ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาของตน  โดยร่วมกันจับแขนขาของนางสาวนกน้อย ผู้เสียหายไว้ มิให้ดิ้นรนขัดขืน จากนั้นก็ร่วมกันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันข่มขืนกระทำชำเรานางสาวนกน้อย จนสำเร็จความใคร่ คนละครั้ง พฤติการณ์ของนายโพธิ์ทอง ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85(4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษไล่ออกจากราชการ 

                 ปืนจะหลุด

           นายโซเซ ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน  มาทำงานสายอาทิตย์ละ 3 วัน ไม่ลงชื่อและเวลาในการทำงาน ในตอนพักเที่ยงในวันราชการวันหนึ่ง   นายโซเซ ได้ไปที่ร้านอาหารหน้าโรงพยาบาล โดยมีอาการเมาสุรา ครองสติไม่ได้ เดินเซไปมา ไม่สวมรองเท้า นายโซเซ ได้เดินไปที่โต๊ะของนางทิพย์ ซึ่งรับประทานอาหารอยู่ แล้วนำอาวุธปืนออกมาอวดอ้าง ชักปืนเล่น พูดจาไม่รู้เรื่อง นางทิพย์ ได้ห้ามแต่ก็ไม่ฟัง นางทิพย์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบออกจากร้านไป นายโซเซ ให้การรับว่าตนมาทำงานสายและไม่มาทำงานจริง รวมทั้งมาทำงานแต่ไม่ลงชื่อปฏิบัติงาน ส่วนเหตุการณ์วันที่ตนเมาสุรานั้นเพราะตนมีปัญหาครอบครัว ได้หย่าร้างกับภรรยา ก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะกับภรรยาและไปที่ร้านอาหารตอนเที่ยง ส่วนการที่ตนได้ชักปืนออกมาข้างนอกนั้นเนื่องจากปืนจะหลุดจากเอว และชักดูว่า มีลูกกระสุนหรือไม่แล้วเก็บไว้ที่เอวด้านหน้าไม่ได้ นำปืนมาวางบนโต๊ะอาหารแต่อย่างใด

                    พฤติการณ์ของนายโซเซ ดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ และฐานไม่รักษาชื่อเสียงของตนและไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย ตามมาตรา 82(2) มาตรา 82(5) และมาตรา ๘๒ (๑๐) ประกอบมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ลงโทษตัดเงินเดือน จำนวน ๕% เป็นเวลา 1 เดือน

อ่านเพิ่มเติม: กรณีตัวอย่างการกระทำผิด ๔-๕๖

กรณีตัวอย่างการกระทำผิด 2-56

จุลสารข่าววินัยและคุณธรรม ฉบับที่ ๒/๒๕๕๖

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดวินัย

                   ตามที่จุลสารข่าววินัยและคุณธรรมฉบับที่ 1/2556 ได้ลงเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเบิกเงินค่าเบี้ยประชุมของคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงและคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ความว่าไม่สามารถเบิกเงินได้อีกแล้วสำหรับการประชุมตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2544 เป็นต้นมา เพราะมีพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2555 ประกาศใช้บังคับในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 นั้น ปรากฏว่าได้พิมพ์ข้อความคลาดเคลื่อน ข้อความที่ถูกต้องคือ ประกาศใช้บังคับในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2555และทำให้ไม่สามารถเบิกเบี้ยประชุมสำหรับการประชุมตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน  2555 เป็นต้นมา จึงขออภัยมา ณ ที่นี้

อ่านเพิ่มเติม: กรณีตัวอย่างการกระทำผิด 2-56

Search


เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ : Website Policy : Privacy Policy Website Security Policy
Copyright© 2012 KmOps. design by กลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข