เข้าสู่ระบบ

การจัดการความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ

วัตถุประสงค์

- เข้าใจหลักการและขันตอนการจัดการความรู้

- ปรับแนวคิดให้เห็นความสําคัญและมีส่วนร่วมในการ จัดการความร้เพื#อไปใช้ในการทํางาน 

- เรียนร้แนวทางในการกําหนดขอบเขต KM (KM Focus ู Area) เป้ าหมาย KM (Desired State) และแผนปฏิบัติการ เรื่องการจัดการความร้ในองค์กร (KM Action Plan) 

 

                                                                                                              รายละเอียด ... คลิก

หลักการประเมินงานวิจัย

หลักการประเมินงานวิจัย

โดย

ดร. อรพันธ์ อันติมานนท์

          ความจำเป็นอีกประการหนึ่งสำหรับนักวิจัย  คือต้องมีความรู้ เกี่ยวกับการประเมินงานวิจัย (Evaluation of research) เพื่อให้สามารถคัดเลือกงานวิจัยต่างๆ ที่มีคุณภาพมาไว้ใช้ประกอบการศึกษาเพิ่มเติมให้เกิดความรู้และความเข้าใจที่กว้าง ขึ้นในการทำวิจัยของตน อีกทั้งให้ทราบว่าในการประเมินงานวิจัยนั้นมีการพิจารณาในเรื่องใดบ้าง เพื่อที่ว่าตนจะได้สามารถทำงานวิจัยให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ และมีคุณภาพยิ่งขึ้น

          การประเมินงานวิจัยเป็นขบวนการในการพิจารณาตัดสินใจว่างานวิจัยนั้นๆ มีความถูกต้องสมบูรณ์และมีคุณภาพเป็นอย่างไร เท่าที่ปรากฏยังไม่มีเครื่องมือประเมินที่เป็นมาตรฐานแน่นอน อย่างไรก็ตามวิธีพิจารณาต่อไปนี้ก็พอเป็นแนวทางที่จะใช้เป็นเกณฑ์เพื่อตรวจสอบว่าในแต่ละส่วนของงานวิจัยนั้น มีความถูกต้อง และมีความสมบูรณ์เพียงใด

 

1. ชื่อหัวข้อปัญหา

          พิจารณาจากสิ่งต่อไปนี้

          1) ชื่อหัวข้อปัญหามีความชัดเจนและรัดกุมเพียงใด

          2) ชื่อหัวข้อปัญหาบอกความหมายและแนวทางการวิจัยหรือไม่

          3) ชื่อหัวข้อปัญหาบอกถึงขอบเขตของตัวปัญหาได้แค่ไหน

          4) ชื่อหัวข้อปัญหาสามารถหาคำตอบด้วยวิธีการวิจัยได้หรือไม่

อ่านเพิ่มเติม: หลักการประเมินงานวิจัย

เขียนเอกสารอย่างไรให้ผ่าน อวช.

เขียนเอกสารวิชาการอย่างไร ให้ผ่าน

การประเมินผลงาน (อวช.)

โดย

นายแพทย์กำจัด   รามกุล

           การประเมินผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนระดับให้สูงขึ้นนั้น ปัจจุบันคณะกรรมการประเมินจะเน้นผลงานที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานที่กำหนด โดยเฉพาะระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิที่ต้องผ่านการประเมินจาก กพ. นั้น หลาย ๆ ท่านประเมินไม่ผ่าน จากการเจรจากับ กพ. หลายครั้ง พอสรุปข้อบกพร่องที่พบ ดังนี้

                             1. คุณวุฒิไม่ตรงสายงานที่ประเมิน เช่น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษด้านเวชกรรม ขอประเมินด้านเวชกรรม แต่มีวุฒิบัตรสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน (แขนงต่างๆ) ถือว่าคุณวุฒิ ๆ ไม่ตรงไม่สามารถประเมินได้นายแพทย์สาขาพยาธิวิทยา แต่ทำงานออกตรวจผู้ป่วยอายุรกรรม ใช้ผลงานทางอายุรกรรมมีอนุมัติบัตรพยาธิวิทยาจะประเมินในสาขาอายุรกรรมไม่ได้
                             2. ผลงานบริการไม่มีหรือมีแต่เมื่อนำมาเสนอเป็นเอกสารขัดแย้งกัน
                             3. ผลงานทางวิชาการไม่มีคุณภาพ ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ของผู้ไม่ผ่านการประเมินอยู่ในกลุ่มนี้

อ่านเพิ่มเติม: เขียนเอกสารอย่างไรให้ผ่าน อวช.

รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรม

รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรม (Reference)

โดย

จุฬาพร  กระเทศ

 

การเขียนเอกสารทางวิชาการ ผู้เขียนจะต้องมีการค้นคว้ารวบรวมสารสนเทศจากแหล่งต่างๆ ทั้งที่เป็นหนังสือ วารสาร เอกสารการวิจัย หรือรายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หากในการเรียบเรียงมีการนำข้อมูลซึ่งเป็นความรู้ ความคิดของผู้อื่นมาประกอบ ผู้เขียนควรอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล ซึ่งนอกจากจะเป็นหลักฐานแสดงถึงความน่าเชื่อถือของผลงานแล้วยังแสดงข้อมูลของแหล่งความรู้ที่สามารถสืบค้นเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ และเพื่อการศึกษาต่อยอดในเรื่องที่อ้างอิงนั้นๆ ดังนั้นผู้เขียนเอกสารทางวิชาการจึงจำเป็นต้องศึกษารูปแบบ หลักเกณฑ์การเขียนการอ้างอิงในเนื้อเรื่อง การอ้างอิงท้ายเล่มจากหนังสือ หรือคู่มือต่างๆ และเลือกใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสม

 

อ่านเพิ่มเติม: รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรม

หญิงมีครรภ์กับการถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรม

หญิงมีครรภ์กับการถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรม

          ปัญหาสุขภาพปากและฟันเป็นเรื่องต้องกวนใจของใครหลาย ๆคน ไม่เว้นกระทั่งตอนมีน้อง มีหลายคนถามมาว่า หากตั้งครรภ์แล้วมีความจำเป็นต้องรักษาฟัน สามารถถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรมได้หรือไม่ จะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์หรือเปล่า

          เรื่องนี้ต้องบอกว่า ถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ ก็สามารถถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรมได้ ซึ่งทันตแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ทันตรังสี จะสวมเสื้อตะกั่วและปลอกคอกันรังสีให้กับคนไข้ขณะถ่ายภาพรังสี โดยปริมาณรังสีที่ใช้ในทางทันตกรรม ค่อนข้างน้อยมากที่ไม่พบรายงานว่า มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์

          การถ่ายภาพรังสีในปาก เช่น ภาพรังสีรอบปลายราก 1 ฟิล์มจะได้รับปริมาณรังสีประมาณ 0.008 มิลลิซีเวิร์ต และการถ่ายภาพรังสีนอกปาก เช่น ภาพรังสีปริทัศน์หรือภาพรังสีพาโนรามา 1 ฟิล์มจะได้รับปริมาณรังสีประมาณ 0.026 มิลลิซีเวิร์ต ซึ่ง National Council on Radiation and Measurement(NCRP) ได้กำหนดขีดจำกัดการได้ปริมาณรังสีสำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสีและบุคคลทั่วไปที่ตั้งครรภ์ไว้ไม่เกิน 1 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี ถึงแม้ว่าปริมาณรังสีที่ได้รับในการถ่ายภาพรังสีออกไปได้ ก็ควรเลื่อนไปทำหลังจากคลอดบุตรแล้วจะดีกว่า

อ่านเพิ่มเติม: หญิงมีครรภ์กับการถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรม

Search


เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ : Website Policy : Privacy Policy Website Security Policy
Copyright© 2012 KmOps. design by กลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข