เข้าสู่ระบบ

สรุปข้อมูลวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558

ตาราง สรุปข้อมูลวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 อ่านรายละเอียด คลิก 


5 ขั้นตอนแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ช้า ทำงานไม่ได้

      ปัญหาคอมพิวเตอร์ช้า อาจแบ่งได้เป็น 2 สาเหตุด้วยกันคือ ใช้งานไปนานๆ แล้วช้า ในส่วนนี้อาจเกิดจากระบบมีไฟล์ขยะหรือข้อมูลและโปรแกรมมากเกินไป วิธีการแก้ไขคือ ต้องจัดการข้อมูลและไฟล์ระบบให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม รวมถึงการเคลียร์พื้นที่ในคอมพิวเตอร์ให้มีพื้นที่ว่างมากพอสำหรับการใช้งาน

 

 

 

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คอมพิวเตอร์ช้าลงได้ก็คือ ฮาร์ดแวร์ที่ใช้อยู่เก่าเกินไป ทำให้ไม่สามารถรองรับซอฟต์แวร์ ไม่ว่าจะเป็นเกมหรือแอพลิเคชั่นใหม่ๆ ได้ดี การแก้ไขก็คงต้องอัพเกรดหรือเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ เป็นแนวทางที่เหมาะสมอย่างยิ่ง แต่ในบางกรณีการแก้ไขแบบผสมผสานร่วมกันระหว่างจัดการข้อมูลและอัพเกรด ก็ช่วยให้คุณเหมือนได้ใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่และเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง

1.จัดการไฟล์ข้อมูลภายในฮาร์ดดิสก์ : เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการเคลียร์พื้นที่ภายในคอมพิวเตอร์ให้ว่างมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้คุณสามารถจัดระเบียบไฟล์อีกทางหนึ่ง ลดปัญหาการเก็บไฟล์ซ้ำซ้อนไปด้วย

2.ลบไฟล์ขยะและลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งาน : ไฟล์ขยะที่อยู่ในที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Temporary file, History หรือจะเป็น Clipboard มีส่วนทำให้ระบบทำงานได้ช้าลง เนื่องจากใช้ทรัพยากรของคอมพิวเตอร์มากขึ้น การใช้ Disk-Cleanup และ Uninstall program จึงช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างคล่องตัว

3.เปลี่ยนไปใช้ SSD : ด้วยความเร็วระดับ 500MB/s ของ SSD ให้การเปลี่ยนถ่ายข้อมูลได้ดีกว่า Harddisk ปกติหลายเท่า ย่อมทำให้การโอนถ่ายข้อมูลขนาดใหญ่ได้คล่องตัวกว่า รวมถึงการเปิดเข้าสู่เกมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

4.ย้ายโปรแกรมมาติดตั้งไว้บน SSD : เมื่อเปลี่ยนเป็น SSD แล้ว หากต้องการให้เปิดโปรแกรมหรือเกมได้เร็วขึ้น ก็ควรจะติดตั้งลงบน SSD และใช้ Harddisk ไว้สำหรับจัดเก็บข้อมูลเท่านั้น

5.ใช้โปรแกรมสำหรับจัดการ SSD : เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงาน ด้วยการใช้โปรแกรมปรับแต่งอย่างเช่น SSD Tweaker เพื่อเปิดฟังก์ชั่นในการทำงานและ Optimize SSD เพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้รวดเร็ว


ขอบคุณบทความ flashfly

การใช้อินเตอร์เน็ต บน พรบ.คอมพิวเตอร์

 

 

พอยุคสมัยเปลี่ยนไปเทคโนโลยีก้าวล้ำ นอกจากปัจจัย 4 ก็ยังมีอินเทอร์เน็ตที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ดั้งนั้นเรามาทำความรู้จักกับกฎหมายที่มีผลโดยตรงต่อการใช้อินเทอร์เน็ตในการรับรู้ข่าวสารและแสดงความคิดเห็นกับกฎหมายที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

                  การออกพระราชบัญญัติฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายหลักๆ ก็คือ หนึ่ง ระบุความผิดและบทลงโทษต่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อย่างเช่น คนที่ไม่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ให้ทำงานตามคำสั่งที่กำหนดหรือใช้ในการล่วงรู้ แก้ไขข้อมูลของบุคคลอื่นอย่างพวกแฮคเกอร์และ สอง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและประชาชนผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกรูปแบบเพื่อไม่ให้เราไปละเมิดสิทธิ์ของใครและไม่ให้ใครมาสร้างความเดือดร้อนกับเราได้นั่นเอง ส่วนที่ระบุ 2550 เพราะเป็นปีที่ออกและประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการออกกฎหมายในลักษณะนี้  ทีนี้หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่าการทำความผิดตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.เป็นอย่างไรบ้าง

อ่านเพิ่มเติม: การใช้อินเตอร์เน็ต บน พรบ.คอมพิวเตอร์

พรบ.ลิขสิทธิ์ฉบับใหม่…รู้ไว้ไม่เสี่ยง

       

           เริ่มวันนี้แล้วกับพรบ.ลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้วันนี้ คนที่ทำคอนเท้นท์บนอินเตอร์เน็ต รวมถึงทีวีต้องทำความเข้าใจให้ดีถ้าไม่อยากมีปัญหาตามมา โทษทั้งจำและปรับ 

 

 

 

          สมัยนี้ถือเป็นยุคของข้อมูลข่าวสารที่สามารถทำรายได้แต่สิ่งที่หลายคนละเลยก็คือการนำสิ่งของคนอื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอ รูปภาพ เพลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเรากำลังทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว เพราะผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้ถือว่ามีลิขสิทธิ์อัตโนมัติซึ่งถ้าหากเจ้าของมาเจอและเรียกร้องค่าเสียหายย่อมทำได้

อาจารย์ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย และที่ปรึกษาด้านกฏหมาย กล่าวถึงกฎหมายลิขสิทธิที่คนทำเว็บและผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ต้องระวัง ในงานสัมมนางานจิบกาแฟคนทำเว็บ ( Webpresso ) เรื่อง ตอบคำถามกับปัญหาคาใจบนโลกออนไลน์ ว่า….

ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ กฎหมายลิขสิทธิจะมีผลบังคับใช้ สิ่งที่กม.ฉบับนี้ให้ความสำคัญก็คือ “ข้อมูลบริหารสิทธิ์” หรือข้อมูลแสดงความเป็นเจ้าของ โดยมีเจตนารมย์คุ้มครองผู้สร้างสรรค์ผลงาน นั่นหมายความว่า เวลาจะเอาผลงานของใครมาใช้ไม่ว่าจะเป็นบนสื่อทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์อย่าง facebook , youtube ,  instagram , twitter รวมไปถึงเว็บไซต์และบล็อกต่างๆ จะต้องใส่ชื่อเจ้าของรูปภาพ, คลิปวิดีโอของคนๆนั้นมาใส่ แสดงความเป็นเจ้าของด้วย แต่ทั้งนี้ต้องใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือสาธารณะชนเท่านั้นถึงจะไม่ผิด หากใช้เพื่อการค้ายังไงก็ผิดทุกกรณี

อ่านเพิ่มเติม: พรบ.ลิขสิทธิ์ฉบับใหม่…รู้ไว้ไม่เสี่ยง

คู่มือการบริหารความเสี่ยง

 

คู่มือการบริหารความเสี่ยง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

 

คลิก! ดาวน์โหลดเอกสาร 

 


 

 

Search


เงื่อนไขการให้บริการเว็บไซต์ : Website Policy : Privacy Policy Website Security Policy
Copyright© 2012 KmOps. design by กลุ่มบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข